Economics

ช่องว่างระหว่างคนรวย-คนจน

June 15, 2011

คนรวยสุด 20% ในเมืองไทยมีรายได้มากกว่าคนจนสุด 20% อยู่ 15 เท่า

หากจะวัดกันจริงๆ แล้วการกระจายรายได้วัดได้ด้วยค่า Gini (สมการใน http://en.wikipedia.org/wiki/Gini_coefficient ) ซึ่งมีแผนที่อยู่ที่ http://en.wikipedia.org/wiki/List_of_countries_by_income_equality

สังเกตว่าอันดับความไม่เท่าเทียมให้ผลต่างกันในแต่ละนิยาม เช่น ในภาพด้านบนไทยแย่กว่าจีน (53.6 vs. 41.5) แต่หากวัด Gini index จีนแย่กว่าไทย (UN Gini ใน link ด้านบน 42 vs. 46.9 – แม้แต่ Gini ที่วัดจากคนละชุดข้อมูลก็ได้ค่าไม่เท่ากัน) ทำให้เห็นว่าค่าพวกนี้ไม่ได้เป๊ะๆ และมีความคลาดเคลื่อนเชิงระบบราว 10%

แต่ที่แน่ๆ คนรวยสุด 20% ในเมืองไทยมีรายได้มากกว่าคนจนสุด 20% อยู่ 15 เท่า

จากข้อมูลนี้จะเห็นว่า คนไทยที่รวยที่สุด 20% มีรายได้เกือบ 60% ของประเทศ ขณะที่คนจนที่สุด 20% มีรายได้เหนือ 0 อยู่เล็กน้อย

ที่น่าสนใจคือ ช่องว่างระหว่างรายได้ของไทยมีมากกว่าประเทศอย่าง อินเดีย หรือ จีน เสียอีก ซึ่งดูจะไม่เป็นไปตามความรู้สึกของคนไทยทั่วไป อย่างที่เราเชื่อๆกันมา

ข้อมูล – http://www.economist.com/node/18587127

ป.ล. Gini coefficient นี้ไม่ได้ใช้แต่ในทางเศรษฐศาสตร์และสังคม แต่มีการเอาไปใช้ในทางดาราศาสตร์เพื่อวิเคราะห์ว่ากาแล็กซีที่อยู่ไกลมากๆ (ไกลจนขยายให้เห็นชัดๆ ไม่ได้) มีลักษณะแบบไหน เป็นจานสมมาตรแบบทางช้างเผือก หรือที่เห็นเป็นจุดนั้นจริงๆ กำลังเป็นกาแล็กซีสองดวงกำลังชนและรวมตัวเป็นดวงเดียวอยู่

นอกจาก Gini coefficient แล้ว ของฝากจากเศรษฐศาสตร์ที่ไปอยู่ในดาราศาสตร์อีกอย่างที่นึกได้ คือ ฟังก์ชั่นการกระจายแบบพาเรโต (http://en.wikipedia.org/wiki/Pareto_distribution) ที่โมเดลการกระจายของความร่ำรวยในสังคม (e.g. 20% of the population controls 80% of the wealth) นั้นเป็นฟังก็ชั่นที่ใช้โมเดลการกระจายของกำลังส่องสว่างของกาแล็กซีในจักรวาลได้ด้วย (galaxy luminosity function) ทำให้เห็นว่าหลายปรากฏการณ์ในธรรมชาติที่ไม่ได้เกี่ยวกันอาจสามารถอธิบายได้ด้วยรูปสมการเดียวกันได้

Readery — ร้านหนังสือออนไลน์