Economics

เราให้ค่าแรง “กระดูกสันหลังของชาติ” พอหรือยัง?

July 21, 2011

เศรษฐกิจไทยประคับประคองอยู่ได้ด้วยการส่งออกจากหยาดเหงื่อของแรงงานเป็นหลัก เราให้ค่าแรง “กระดูกสันหลังของชาติ” ในศตวรรษที่ 21 พอหรือยัง?

เวลานี้เศรษฐกิจไทยพึ่งพาการส่งออกประมาณ 70% GDP จึงกล่าวได้ว่า “กระดูกสันหลังของชาติ” คือแรงงานที่ผลิตสินค้าส่งออกเหล่านั้นออกมา อย่างไรก็ตาม จากกราฟค่าแรงขึ้นต่ำเทียบเป็นเปอร์เซ็นต์กับ GDP ต่อหัวของประชากรในประเทศในปี 2010 (อีกนัยหนึ่งคือ ค่าแรงขั้นต่ำคิดเป็น “กี่เปอร์เซ็นต์” ของ “รายได้โดยเฉลี่ย” ของคนทั้งประเทศ) ผลออกมาว่าไทยอยู่เกือบต่ำที่สุดในอาเซียนที่ 28% (ต่ำสุด คือ อินโดนิเซีย 25%) ซึ่งอยู่ห่างจากอันดับถัดไป (เวียดนาม / กัมพูชา 34%) อยู่ 6%

นั่นแปลว่าหากคนไทยและคนเวียดนามหาเงินได้ 100 บาท เท่าๆกัน กรรมกรไทยจะได้ค่าแรง 28 บาท ขณะที่กรรมกรเวียดนามได้ 34 บาท ที่น่าสนใจคือขณะที่เราเชื่อว่า “จีน” และ “เวียดนาม” มีค่าแรงถูกกว่าเรา และเน้นแข่งขันด้านราคาเป็นหลักนั้น กรรมกรของทั้งสองประเทศกลับได้ค่าแรงขั้นต่ำเป็นสัดส่วนมากกว่าไทย

แรงงานไทยควรจะได้ค่าแรงเท่าไหร่กัน? อย่างผิวเผินที่สุด หากเราจะให้แรงงานไทยได้ค่าแรงเป็นสัดส่วนกับ GDP ต่อหัวประชากรเท่ากับกัมพูชา เวียดนาม และมาเลย์เซีย (34%) เราจะต้องเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำประมาณ 20% จากค่าปัจจุบันที่ 215 บาท/วัน (กทม.) มาอยู่ที่ประมาณ 261 บาท/วัน แต่หากจะให้เท่าค่าเฉลี่ยในกราฟที่ 37% ค่าแรงขั้นต่ำใน กทม. ควรจะอยู่ที่ประมาณ 284 บาท/วัน

จังหวัดที่ได้ค่าแรงน้อยที่สุดในปัจจุบันคือ พะเยา (159 บาท/วัน) ควรจะปรับขึ้นมาเป็น 193 บาท/วัน หากเราจะดูแลกระดูกสันหลังของชาติให้ดีเท่าประเทศเพื่อนบ้าน

ที่มา : http://en.wikipedia.org/wiki/List_of_minimum_wages_by_country

หมายเหตุ: ข้อมูลของจีน ดึงเอามาเพิ่มจากฐานข้อมูลของ IMF และใช้ตัวเลขของปี 2011

http://en.wikipedia.org/wiki/List_of_minimum_wages_in_China_(PRC)

  • Momay

    ใช่ค่ะ   ค่าแรงพะเยาถูกมาก ขับรถมอไซด์ไปทำงานยังไม่คุ้มกับเงินเดือนด้วยซ้ำ
     

Readery — ร้านหนังสือออนไลน์