Social

ไทยคือรัฐศาสนา?

July 15, 2011


ประเทศไทยมีดีเบตทุกครั้งว่าควรจะใส่ “พุทธศาสนา” เป็นศาสนาประจำชาติหรือไม่ในรัฐธรรมนูญ แล้วจริงๆโลกภายนอกเขามองเราอยู่ตรงไหน ?

รัฐโลกวิสัย (Secular state) คือรัฐหรือประเทศที่เป็นกลางทางด้านศาสนา ปฏิบัติต่อประชาชนอย่างเท่าเทียมไม่ว่าจะนับถือศาสนาใด ส่วนใหญ่จะไม่มีศาสนาประจำชาติ หรือหากมีศาสนาประจำชาติ ศาสนานั้นก็จะมีความหมายทางสัญลักษณ์และไม่มีผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของประชาชน

แผนภาพนี้แสดงให้เห็น Secular state ทั่วโลก
“สีแดง” หมายถึงเป็น secular แท้ๆ
“สีเหลือง” หมายถึงเป็นรัฐที่มีศาสนาประจำชาติ
“สีเทา” หมายถึงรัฐกึ่งๆ สรุปยาก หรือไม่ก็ไม่มีข้อมูล

สิ่งที่น่าสนใจคือประเทศต้นกำเนิดศาสนาใหญ่ๆอย่าง ฝรั่งเศส อิตาลี เยอรมัน อินเดีย เนปาล จีน ญี่ปุ่น เกาหลี รัสเซีย ล้วนเป็น secular state ทั้งสิ้น

ข้อมูล http://en.wikipedia.org/wiki/Secular_state

แล้วถ้าไปลองดูกลุ่มประเทศที่เป็น “รัฐศาสนา” จะเห็นว่า ไทย เป็น 1 ใน 5 ประเทศพุทธศาสนา

ที่น่าสนใจที่สุดคือในศรีลังกา (ต้นกำเนิดพุทธศาสนาแบบลังกาวงศ์) มีข้อมูลว่า
The constitution accords Buddhism the “foremost place,” However, Buddhism is not recognized as the state religion.

ขณะที่ใน ไทย ซึ่งรับเอาพุทธแบบลังกาวงศ์มาใช้มีข้อมูลว่า Thai constitution (2007) recognized Buddhism as “the religion of Thai tradition with the most adherents” However, it is not formally named as state religion.

ข้อมูล: http://en.wikipedia.org/wiki/State_religion

  • Biscuitoakhill

    Thai constitution (2007) recognized Buddhism as “the religion of Thai
    tradition with the most adherents” However, it is not formally named as
    state religion. <— สรุป แปลได้ว่าไทยไม่ได้เป็นรัฐศาสนา

  • Wanpat

    ดูตามภววิสัย ไทยเป็นรัฐศาสนา(พุทธ)แน่นอน ดูได้จากการ treat ของรัฐ ทั้งเรื่องวันหยุดที่ตรงกับวันสำคัญของศาสนาพุทธ การกำหนดให้มีการ ‘งด’ เหล้าเข้าพรรษา รวมทั้ง การที่รัฐหรือตำรวจไทยต้องมา ‘ยุ่ง’ เรื่องพระสงฆ์ เช่น พระปลอม พระเที่ยวกลางคืน พระมีเมีย พระรวย etc. ซึ่งจริงๆแล้วนี้ไม่ใช่หน้าที่ของรัฐที่ต้องมา ‘ยุ่ง’ เลย

    ชาวพุทธจะไม่พอใจในเรื่องเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งชอบธรรม แต่ต้องทำในนามของ ‘เอกชน’ เท่านั้น ต้องไม่เหมารวมว่าคนไทย ‘ทุกคน’ รู้สึกอย่างนั้นอย่างนี้ ซึ่งผิดทั้งทางหลักการและข้อเท็จจริง e.g. ผมไม่เคยรู้สึกว่าการที่พระมีเมียหรือรวยหรือแม้แต่เที่ยวกลางคืนเป็นสิ่งที่ผิดในฐานะของปักเจกบุคคล ตราบใดที่พระไม่ได้ไป ‘บังคับ’ ผู้อื่น หากแต่เป็น consent ทั้งสองฝ่าย แต่รัฐต้อง treat คนทุกคนในฐานะ ‘citizen’ ที่เท่าเทียมกัน หากพระทำผิดกฎหมายก็ต้องจับดำเนินคดีในฐานะที่ปักเจกบุคคลคนหนึ่งได้ละเมิดกฎหมาย ไม่ใช่ดำเนินคดีในช้อหาว่าทำผิดวินัยสงฆ์ มิเช่นนั้นก็เท่ากับว่ารัฐประกาศเสียเองว่ากฎหมายเท่ากับกฎของศาสนาพุทธ

Readery — ร้านหนังสือออนไลน์