Finance

ค่าเสียโอกาสจากการปฏิวัติ 2549 ที่วัดได้ในตลาดทุน

August 4, 2011

ค่า P/BV คืออัตราส่วนระหว่างราคา (Price: P) กับมูลค่าทางบัญชี (Book Value: BV) ของบริษัท โดยมูลค่าทางบัญชีหมายถึง ทรัพย์สินลบหนี้สิน (พูดง่ายๆคือ ถ้าเลิกกิจการวันนี้ บริษัทมีมูลค่าเท่าไร) นักลงทุนนิยมใช้อัตราส่วน P/BV เป็นอัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญอันหนึ่งในการวัดมูลค่าของสินทรัพย์

หากนักลงทุนมีความมั่นใจว่า ในอนาคตบริษัทจะมีมูลค่า BV ที่สูงขึ้น นักลงทุนจะยอม “ตีราคา” บริษัทนี้แพงขึ้นในปัจจุบัน (ซื้อขายที่ P สูงขึ้น) เพื่อคาดหวังการเจริญเติบโตในอนาคต นักลงทุนที่มีหุ้นอยู่ก็จะยอมขายที่ P/BV สูง เนื่องจากต้องการส่วนชดเชยในโอกาสการลงทุนที่เสียไป นั่นคือไม่มีค่า P/BV ที่เหมาะสมว่าควรเป็นเท่าไร เพราะขึ้นกับอุปสงค์และอุปทานของตลาด

หน่วยวิจัยของ Credit Suisse ในกรุงเทพได้ทำรายงานเรื่องผลกระทบของการเลือกตั้งต่อเศรษฐกิจไทย ส่วนหนึ่งของรายงานได้วิเคราะห์หาค่า P/BV สัมพัทธ์เทียบกับประเทศอื่นๆ โดยให้ค่าของประเทศในเอเชีย (ยกเว้นญี่ปุ่น) เป็น 1.0 จะเห็นว่าก่อนปี 2006 ค่า P/BV ของเรา เมื่อเทียบกับอื่นๆ ในเอเชีย สูงกว่า 1.0 เสมอ นั่นแปลว่า นักลงทุน “ยอมจ่ายแพง” ในการครอบครองหุ้นไทยเมื่อเทียบกับภูมิภาค แม้ว่า P/BV จะสูงสุดในช่วงปลายปี 2003 และลดลงมาเรื่อยๆ แต่หลังจากเดือน ก.ย. 2006 จะเห็นว่ามีการลดต่ำกว่า 1.0 อย่างมีนัยยะสำคัญ และลดต่ำต่อเนื่องมาถึงช่วงวิกฤติเศรษฐกิจ ปี 2008-2009

P/BV ของเรา เมื่อเทียบกับเพื่อนบ้าน ต่ำกว่า 1.0 มาเป็นเวลาเกือบ 4 ปีจนถึงต้นปี 2010 ที่ ศ.ก. โลกเริ่มฟื้นตัว ซึ่งตีความได้ว่า นักลงทุน “ไม่ยอมจ่ายแพง” กว่าการลงทุนในประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียซึ่งเปรียบเทียบกับเราได้ อีกต่อไป

นี่เป็นหนึ่งในผลกระทบของการปฏิวัติที่สามารถวัดได้เป็นตัวเลข ลึกลงไปยังมีความเสียหายที่ส่งผลในที่สุดต่อปากท้องของประชาชนมากเพียงใด ยังไม่มีใครตอบได้

รายงานฉบับเต็ม: http://goo.gl/60WvG

Readery — ร้านหนังสือออนไลน์