Social

เด็กไทยเข้าใจวิทยาศาสตร์แค่ไหน?

January 17, 2012

เด็กไทยเข้าใจวิทยาศาสตร์แค่ไหน?

เราทราบกันแล้วว่านักเรียนไทยใช้เวลาเรียนในห้องเรียน (ไม่นับเรียนพิเศษ) มากที่สุดติดอันดับโลก แล้วเด็กไทยเข้าใจวิทยาศาสตร์แค่ไหนเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ?

แม้ว่าการวัดความเข้าใจนี้ยากที่จะทำได้อย่างเป็นมาตรฐานเดียวกัน องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (Organisation for Economic Co-operation and Development หรือ OECD) ได้จัดการทดสอบความรู้ขึ้นสำหรับนักเรียนทั่วโลกที่รู้จักกันในชื่อ Programme for International Student Assessment หรือ PISA[1, 2]

ข้อสอบ PISA ถูกออกแบบมาเพื่อวัดความรู้พื้นฐาน 3 ด้านคือ ทักษะการอ่าน คณิตศาสตร์ และ วิทยาศาสตร์ โดยจะทดสอบกับนักเรียนอายุ 15 ปีและจัดสอบทุก 3 ปี ข้อสอบ PISA จะได้รับการแปลเป็นภาษาของแต่ละประเทศ โดยหน่วยงานที่เป็นตัวแทนโครงการ PISA ของประเทศไทยคือ สสวท.[3] ผู้เขียนตำราเรียนวิทยาศาสตร์ให้เราท่านนั่นเอง

จากการการทดสอบ PISA ครั้งล่าสุดในปี 2009 ทดสอบกับนักเรียน 470,000 คน ได้ผลคะแนนที่น่าสนใจดังนี้ [4]

จีน (เฉพาะนครเซี่ยงไฮ้) 575 คะแนน
สิงคโปร์ 542 คะแนน
ญี่ปุ่น 539 คะแนน
เกาหลีใต้ 538 คะแนน
เยอรมนี 520 คะแนน
มาเก๊า 515 คะแนน
โครเอเชีย 486 คะแนน
ชิลี 447 คะแนน
ไทย 425 คะแนน
โคลอมเบีย 402 คะแนน

สสวท. ชี้แจงว่าเหตุที่นักเรียนไทยได้คะแนนน้อยเป็นเพราะ “การขาดแคลนครูที่มีคุณวุฒิ ไทยขาดแคลนครูเพิ่มทุกวิชา การกวดวิชานอกโรงเรียนส่งผลทางลบต่อคุณภาพการเรียนรู้ ทำให้การคิดวิเคราะห์ของนักเรียนมีคะแนนลดลง และการใช้ ICT ที่ไม่ส่งเสริมการเรียนรู้ นักเรียนที่ใช้ ICT มากที่สุดไม่ได้มีคะแนนสูงอย่างที่คาดไว้”[5]

สรุปว่าเด็กไทยเรียนหนักที่สุดในโลก แต่ … ?

อ้างอิงข้อมูล:

[1] http://www.pisa.oecd.org/
[2] http://en.wikipedia.org/wiki/Programme_for_International_Student_Assessment
[3] http://www.oecd.org/document/40/0,3746,en_2649_35845621_39950440_1_1_1_1,00.html
[4] ผลการศึกษาฉบับเต็มของ PISA 2009 สามารถ download ได้จาก http://dx.doi.org/10.1787/888932343342
[5] http://www.opec.go.th/index.php?option=com_content&view=article&id=6106%3Apisa-2009-----&catid=2%3A2009-10-02-12-13-18&Itemid=6&lang=th
  • freeman

    ข้อแสดงความเห็นเกี่ยวกับข้อสรุปของหัวข้อนี้หน่อยนะครับ การที่คะแนน PISA ของไทยที่อยู่ในอันดับนี้ีมีหลายปัจจัยด้วยกัน 
    1.มาตรฐานการเรียนการสอนของโรงเรียนในเมืองกับโรงเรียนในต่างจังหวัดยังไม่เท่ากัน ซึ่งแน่นอนในส่วนนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการเรียนการสอนต้องช่วยกันพัฒนา/ปรับปรุงหลักสูตรให้เห็นถึงการนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง 
    2.คะแนนPISAที่ได้น้อยของไทย อาจจะมีเหตุมาจากการสุ่มทดสอบนักเรียนของ OECD ว่ามีมาตรฐานแค่ไหน ได้นักเรียนที่เป็นตัวแทนที่ดีหรือไม่ ผลสะท้อนที่ออกจริงเป็นเช่นนี้
    และที่สำคัญ ข้อสรุปที่ทาง OECD นำเสนอนั้นเป็นสถิติเชิงอนุมาน ถึงไม่ได้หมายความว่า “เด็กไทยเรียนหนักที่สุดในโลก แต่ … ?” นะครับ
    Just my two cent

  • Guest

    มาตรฐานโรงเรียน ไม่ได้อยู่ที่ขนาดของโรงเรียน โรงเรียนในเมืองโรงเรียนในชนบท
    ขึ้นอยู่กับการสอนของบุคลากร มากกว่า ประเทศไทยยังขาดแคลนครูมาก
    ครูที่เก่งๆ ก็พยายามย้ายไปโรงเรียนที่มีชื่อเสียง บ้างครั้งย้ายไปสอนโดยการยืมตำแหน่ง
    ทำให้โรงเรียนชนบทไม่มีครูสอน

    ทุกวันนี้ การศึกษาไทยวัดคุณภาพการศึกษาด้วยคะแนนสอบของเด็ก ทำให้เด็กในเมืองต้องไปเรียนพิเศษ
    แต่ไม่เคยได้วัดเลยว่าครูคนนึง มีความรู้เพียงพอที่จะสอนเด็กไหม มี่การ update ความรู้ใหม่ๆหลังจากทีี่เรียนจบไหม การสอนของครูเป็นยังไง เด็กเข้าใจไหม คะแนนที่เด็กสอบตกก็ไม่เคยสะท้อนถึงตัวครูผู้สอน เด็กสอบตกมาก ก็โทษว่าเด็กโง่ แต่ไม่เคยย้อนกลับมาพิจารณาที่ผู้สอนว่าได้สอนให้เด็กเข้าใจไหม

  • tan

    การศึกษาไทยไม่ได้ขึ้นอยู่แต่กับคุณภาพของครูที่สอนเท่านั้น แต่หากขึ้นอยู่กับอุปกรณ์ด้วย ถึงครูจะเก่งแค่ไหนแต่อุปกรณ์ไม่มี เด็กก็ไม่ได้เรียนอยู่ดี ได้แต่เรียนทฤษฏีเท่านั้น อย่างโรงเรียนชนบทที่พ่อแม่ของฉันสอนซิค่ะ สอนมาเกือบสามสิบปี แต่ทั้งโรงเรียนมีแค่บิกเกอร์สองสามใบ ไม่ต้องพูดถึงเครื่องมือวิทยาศาสตร์อย่างอื่นหรอกค่ะ ไม่มีให้เห็นหรอก แล้วจะเอาอะไรไปให้เด็กเรียน เด็กชนบทแทบจะไม่เคยเจออุปกรณ์วิทยาศาสตร์ด้วยซ้ำ ตัวครูเองต้องพยายามหาอุปกรณ์ที่อยู่รอบตัวมาให้เด็กใช้ เรียนรู้วิทยาศาสตร์ มาตรฐานของโรงเรียนชนบทกับโรงเรียนในเมืองต่างกันเยอะมาก

  • Kiku

    เรื่องอุปกรณ์การเรียนรู้นั่นก็มีส่วนจริงครับ โรงเรียนตามชนบทที่ผมไปเยี่ยมนี่เวลาเรียนวิทยาศาสตร์คือทำแล็บแห้งตลอด นักเรียนไม่เคยเห็นบีเกอร์ กระบอกตวง เลยด้วยซ้ำ

    แต่เรื่องคุณภาพครูก็สำคัญครับ เราต้องยอมรับจริง ๆ ว่าประเทศไทยเรากดดันคนเป็นครูมากเกินไป เงินเดือนน้อยแต่งานเยอะ ต้องทำงานจิปาถะประเภททาสี จัดป้าย ซ่อมห้องน้ำกันเองตลอด แถมถ้าอยากเลื่อนตำแหน่งต้องทำรายงานหลายร้อยหน้าที่ไม่มีใครอ่าน แล้วอย่างนี้จะเอาเวลาที่ไหนมาเตรียมสอนล่ะครับ

    ในเว็บนี้เคยมีสรุปให้ดูว่าในประเทศเรา ความแตกต่างของรายได้วิศวกรกับครูในประเทศไทยเรามากติดอันดับโลก มันก็ชัดเจนล่ะครับว่าทำไมคนเก่ง ๆ ไม่มาเป็นครู

    โรงเรียนที่ผมเรียนมาเป็นโรงเรียนชื่อดังที่อยู่ติดจุฬา เคยเป็นโรงเรียนอันดับหนึ่งของประเทศด้วยซ้ำ คุณครูในโรงเรียนยังสอนเลขผิด ๆ ถูก ๆ สอนภาษาอังกฤษอ่าน ผิด ๆ ถูก ๆ เลยครับ

Readery — ร้านหนังสือออนไลน์