Social

เด็กไทยเรียนหนักแค่ไหน?

January 16, 2012

เด็กไทยเรียนหนักแค่ไหน? (ตอบ: หนักที่สุดในโลก*)

หากพิจารณาข้อมูลของ UNESCO[1] แสดงจำนวนชั่วโมงเรียนต่อปีของนักเรียนในระดับอายุ 9 – 13 ปีในแต่ละประเทศ จะพบว่า

เด็กไทยเรียนหนักเป็นอันดับ 2 ในระดับอายุ 9 ปี 1,080 ชั่วโมงต่อปี
เด็กไทยเรียนหนักเป็นอันดับ 1 ในระดับอายุ 10 ปี 1,200 ชั่วโมงต่อปี
เด็กไทยเรียนหนักเป็นอันดับ 1 ในระดับอายุ 11 ปี 1,200 ชั่วโมงต่อปี
เด็กไทยเรียนหนักเป็นอันดับ 5 ในระดับอายุ 12 ปี 1,167 ชั่วโมงต่อปี
เด็กไทยเรียนหนักเป็นอันดับ 8 ในระดับอายุ 13 ปี 1,167 ชั่วโมงต่อปี

ตัวเลขของประเทศอื่นๆ ที่น่าสนใจมีดังนี้ (เด็กอายุ 11 ปี)

อันดับ 2 อินโดนีเซีย 1,176 ชั่วโมงต่อปี
อันดับ 3 ฟิลิปปินส์ 1,067 ชั่วโมงต่อปี
อันดับ 4 อินเดีย 1,051 ชั่วโมงต่อปี
อันดับ 11 มาเลเซีย 964 ชั่วโมงต่อปี
อันดับ 19 เยอรมนี 862 ชั่วโมงต่อปี
อันดับ 28 จีน 771 ชั่วโมงต่อปี
อันดับ 30 ญี่ปุ่น 761 ชั่วโมงต่อปี

ตัวเลขเหล่านี้นับเฉพาะ “เวลาเรียนในโรงเรียน” เท่านั้น ยังไม่รวมเวลาเรียนพิเศษนอกเวลา

เป็นที่น่าสังเกตว่าเวลาที่ใช้ในการศึกษาภาคบังคับของเด็กไทยไม่ได้เปลี่ยนไปมากจากชั้นประถมไปสู่มัธยม ในขณะที่บางประเทศให้เวลากับชั้นมัธยมมากยิ่งขึ้น (ดังจะเห็นได้จากอันดับของไทยที่ลดลง) และยังน่าสังเกตด้วยว่าเยาวชนในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วล้วนมีชั่วโมงเรียนที่น้อยกว่าเยาวชนไทย หรือแม้กระทั่งเยาวชนในกลุ่มประเทศที่ “เชื่อกันว่า” เรียนหนักกว่าเราเช่น จีน หรือ ญี่ปุ่น ก็ล้วนมีชั่วโมงเรียนน้อยกว่าเราเช่นกัน

แอดมินเชื่อว่า “ผู้ใหญ่” ในวันนี้ซึ่งล้วนเคยเป็นเด็กนักเรียนมาก่อน น่าจะทราบดีว่าคุณภาพของการศึกษาไม่ได้ขึ้นกับจำนวนชั่วโมงเรียนเพียงอย่างเดียว คำถามก็คือเวลาเราพูดเรื่องการจัดการศึกษา หรือคุณภาพการศึกษาของเด็กไทยนั้น เราได้ดูหรือไม่ว่าเด็กไทยเรียนมากหรือน้อยเพียงใด และแค่ไหนถึงควรจะเป็นปริมาณที่เหมาะสม?

อ้างอิงข้อมูล:

[1] http://www.nationmaster.com/graph/edu_hou_of_ins_for_pup_age_11-hours-instruction-pupils-aged-11

‎*ช่วงอายุ 10 - 11 ปี
  • Lot_up

    เอิ้บ

  • swy

    เรียนหนักแต่มักใช้ประโยชน์จากการเรียนได้น้อย…..

  • Bik

    It would be interesting to compare the “efforts” with “results” (e.g. PISA Score,   http://www.oecd.org/edu/pisa/2009).

  • chakrit

    การเทียบเวลาเรียนนี่คือ assume ว่า efficiency ในการสอนต่อหนึ่งชั่วโมงมันเท่ากันใช่ไหมครับ ผมว่าตรงนี้มันก็มี variation อีกพอสมควรเลยนะ

  • Jessadan9

    ผมเรียนอยู่ที่อังกฤษครับ และมั่นใจว่าเด็กไทยเราเก่งไม่แพ้ชาติใดในโลก เชื่อเถอะครับระบบการเรียนการสอนของเราดีแล้ว เพียงแต่ควรเปิดโอกาสให้เด็กแสดงความคิดให้ให้เยอะขึ้น ครูไม่จำกัดกรอบให้เด็กเยอะเกินไป ให้เด็กเป็นศูนย์กลางบ้าง ในบางวิชาที่ทำได้ ที่สำคัญไม่ได้อยู่ที่ว่า เด็กเรียนเยอะหรือเรียนน้อย แต่สำคัญที่มาตรฐาน ทั้งครู และสื่อ มีไม่เท่ากัน จึงทำให้เด็กเก่งไม่เท่ากัน คิดกลับกัน คนเรามีทั้งเก่งและไม่เก่งปะปนกัน เด็กก็เหมือนกัน มาคิดกันดีกว่าว่าทำยังไง เราถึงทำให้มาตรฐานการศึกษาเราเท่าเทียมกันทุกโรงเรียน เลิกเถอะครับระบบแป๊ะเจี๊ยะ อายเค้า…. บางโรงเรียนมีห้องพิเศษ จ่ายมากได้เรียนห้องแอร์ ไม่ต้องเดินเรียน มีสอนเสริม โอ้พระเจ้า ต่อไป พอเค้าโตขึ้น จะเป็นคนยังไงไม่ต้องพูดถึงเลย

    • Kiku

      จะบอกว่าเด็กไทยเก่งไม่แพ้ชาติใดในโลก ด้วยเหตุผลที่ว่าคุณไปอยู่อังกฤษแล้วสู้เด็กที่นั่นได้สบาย เทียบอย่างนี้ผมว่าไม่ได้หรอกครับ

      คุณเป็นคนไทยส่วนเล็ก ๆ ที่สามารถไปเรียนที่อังกฤษได้ แสดงว่าคุณต้องค่อนข้างเก่ง หรือไม่ก็มีพื้นฐานครอบครัวดี (แต่ผมว่าทั้งสองอย่าง) ไปแข่งกับค่าเฉลี่ยของคนที่นั่นก็ต้องสู้ได้อยู่แล้วสิครับ

      จะเอายอดครีมของเด็กไทย ไปวัดกับค่าเฉลี่ยของเด็กอังกฤษ มันเทียบไม่ได้ครับ
      ถ้าเอาค่าเฉลี่ยเด็กไทย ไปปะทะกับค่าเฉลี่ยเด็กอังกฤษ ยอมรับเถอะครับว่าเราแพ้หลุดลุ่ย

      ผมเห็นด้วยกับคุณว่าประเทศไทยต้องให้เด็กแสดงความคิดเห็นมากขึ้น แต่มันไม่ใช่แค่นั้นครับ ต้องพัฒนาคุณภาพครู คุณภาพโรงเรียน คุณภาพหลักสูตร ฯลฯ ด้วยครับ ประเทศเราลงทุนกับการศึกษาน้อยไป

      • กวาง

        ต้องบอกว่าน้อยมากเลยล่ะครับ และในความคิดของผม การลงทุนนั้นๆที่เกิดขึ้นไม่ได้เอื้อประโยชน์ให้เด็กไทยได้ศึกษาเล่าเรียนอย่างแท้จริง ไม่ได้มีการวางรากฐานหลักสูตรที่จะปูทางให้เด็กไทยได้ “คิด วิเคราห์ แยกแย่ะ” ดั่งที่ท่านๆเหล่านั้นเคยได้พูดไว้ต่างๆนานา มาถึงวันนี้ไม่ทราบว่าท่านเขาเหล่านั้นยังจดจำคำพูดของตัวเองที่ได้พร่ำออกมาให้ชาวประชาไพร่ฟ้าหน้าดำได้จดจำคำของท่านไว้หรือไม่ ไอ้สิ่งที่เห็นมีแต่นโยบายที่เขียนออกมาด้วยน้ำหมึกราคาแพงจากปลายปากกาของท่าน แต่หยดหมึกนั้นไม่ได้ตกลงสู่ผืนดินเลย ถึงมีแต่ก็ไม่มากพอที่จะทำให้เด็กน้่อยที่ต้องการ การหลอมเหลาเหล่านั้น ได้เติมโตพอที่จะแสวงหาโชคชะตาด้วยมือของตนเอง มีแต่ทางที่ปูด้วยไม้กระดานไว้ให้เดินได้อย่างโยกคลอน ระเบียบแบบแผนที่จัดทำออกมาไม่ได้สอดคล้องกันแม้สักนิด การใช้จ่ายด้วยอัฐอันมีค้าที่ได้มาจากน้ำแรงของประชาก็หมดไปกับนโยบายสูงค่าที่เพ้อฝัน บรรดาครูบาอาจารย์เองท่านเหล่านั้นก็ต้องเจียดเวลาิัอันมีค่าจากการดูแลศิษย์น้อยที่ต้องการใฝ่หาความรู้ มาทำการด้วยสนองนโยบายคิดแบบแผนทำแผนงานเพื่อส่งให้รัฐทะบวงกระทรวงกรมของผู้มากด้วยปัญญาที่มาจากการกากบาทลงบนแผ่นกระดาษของประชาหน้าดำ……….ครั้นแล้วเด็กเหล่านั้นเองใยต้องพึ่งพึงการศึกษาในสถานที่ี่อโคจรที่ความครบครันและทันสมัยนั้นไม่อาจสู้โรงเรียนได้ ทั้งที่ด้วยนโยบายของภาครัฐที่เร่งรัดและสนับสนุนให้การศึกษาของ “เรา” เรียนรู้ในโรงเรียนมากขึ้น………………….

  • Tom

    เรียนหลายวิชาเกินไป แต่ละวิชาเนื้อหาเยอะเิกินไป เด็ก ๆ เรียนไปทำไมเยอะแยะ เรียนให้ลึกๆ เน้นเป็นวิชา ๆ ไปดีกว่าไหม ^^

  • G-gameza

    บ้านเราสอนให้ท่องจำ เมืองนอกสอนให้คิดครับ ต่างกันแค่เนียแหละ

  • Oaky_joke

    ก่อนอื่นต้องพัฒนาระบบความคิดและทัสนคติของครูและอาจารย์ทุกระดับชั้นเสียก่อนว่า  ควรเคารพในศักยภาพในความเป็นคนของผู้เรียนด้วย  ลดอัตตาของผู้สอนลงมาเพื่อเป็นเสมือนเพื่อน กัลยาณมิตรกับผู้เรียน แล้วบรรยากาศการเรียนรู้ของห้องเรียนจะช่วยส่งเสริมให้ผุ้เรียน ได้มีโอกาสกล้าคิดกล้าทำกล้าพุด อันเป็นสิ่ที่เอื้อต่อการช่วยให้ผู้เรียนได้รู้จักคิด และสร้างสรรค์ขึ้นได้ มิใช่แค่ต่อหน้าครุอาจารย์ถอนหายใจก้อยังมิได้ แค่นี้จะไปหวังอะไร น่าเศร้าจัง  ห้องเรียนต่างประเทศไม่เป็นเช่นนี้แน่ๆ จิตวิญญาณของผู้เรียนไม่ถุกกดดันหรือถูกข่มบังไว้ บรรยากาศการศึกษาแบบไทยๆ  จึกยังคงดำเนินอยุ่ และคงเป็นเช่นี้ไปอีกนาน และจะหวังอะไรที่ใหม่ๆจะเกิดขึ้นได้เล่า??

  • http://www.facebook.com/profile.php?id=100001324249300 Fluke Phiriyawat

    มันเรียนในบทเรียนมากไปครับ ปฏิบัติยังไม่เท่าประเทศอื่น การเปิดโอกาสให้เด็กเลือกยังน้อยอยู่ครับ แล้วก็มันเหมือนเรียนให้จบๆหลักสูตรไปอ่ะครับ แล้วก็เศรษฐกิจแต่ละประเทศไม่เหมือนกันครับ อาชีพแต่ละอาชีพในแต่ละประเทศได้เงินไม่เท่ากันครับ
    ถ้าผมพูดอะไรผิด หรือไม่ดีไปก็ขออภัยด้วยครับ ^^

  • สุธิพงศ์

    ขอเล่าเรื่องสมัยตอนผมเรียนประถมนะครับ

    อาจารย์วิทย์ออกข้อสอบถามว่า “อะตอมเป็นหน่วยที่เล็กที่สุดของสสาร” ใช่หรือไม่
    ความรู้วิทยาศาสตร์พื้นฐาน ใคร ๆ ก็รู้ว่าตอบ “ไม่”
    ผมเขียนตอบในข้อสอบ “ไม่” อาจารย์ให้ผมศูนย์
    ผมไปเถียงอาจารย์ ว่าอะตอมประกอบจากโปรตรอน นิวตรอน อิเล็กตรอน
    แต่อาจารย์ดันไม่รู้ หาว่าผมมั่ว

    อาจารย์ภาษาไทยออกข้อสอบถามว่า “วรรณคดีจะสะท้อนสังคมสมัยนั้น” นักเรียนเห็นด้วยหรือไม่
    ผมตอบ “ไม่เห็นด้วย ถ้าเป็นวรรณคดีแนวแฟนตาซี แนวย้่อนยุค แนวอนาคต ก็ไม่จำเป็น”
    อาจารย์ให้ผมศูนย์ เรียกไปด่า เรียกผู้ปกครองมาคุย ทำทัณฑ์บน

    อาจารย์สังคมออกข้อสอบถามว่า “อาณาจักรสยามมีเอกราชเสมอมา ไม่เคยอยู่ใต้อำนาจใคร” ใช่หรือไม่
    ผมตอบ “ไม่ เพราะเคยอยู่ใต้อำนาจของพม่าตอนกรุงศรีโดนตีแตก”
    อาจารย์ให้ผมศูนย์ เรียกไปอบรมด้วยเหตุผลอ้างนู่นอ้างนี่อยู่ชั่วโมงนึง

    จนถึงมัธยมปลาย ผมได้ไปเรียนโรงเรียนที่ดังที่สุดโรงเรียนหนึ่งของประเทศ (ที่อยู่ติดกับจุฬา)
    ก็ยังต้องเจอ และต้องทนกับคุณครูประเภทนี้

    นอกจากเรื่องหลักสูตร ทรัพยากร อุปกรณ์ ก็เรื่องครูนี่แหละครับ
    ครูเก่ง ๆ ก็อาจจะมี แต่น้อยมาก ครูที่ไม่รู้เรื่องรู้ราว ความรู้พื้นฐานยังไม่รู้นี่เพียบเลย
    คุณภาพครูของประเทศของเราต่ำจริง ๆ

  • pom

    ลูกมาขอไปเรียนพิเศษต่างๆมากมายจนกลับบ้านสี่ห้าทุ่ม ผมไปสังเกตการเรียนในห้องตามสิทธิ์ผู้ปกครอง ได้พยายามบอกผู้อำนวยการว่าการสอนต้องมีศิลปบ้างและตาดูหูฟังลูกศิษย์ สรุปในเคสลูกผมผมเห็น people ware มีปัญหา และลูกบอกว่าใครบางท่านบอกในชั้นว่าถ้าไม่เข้าใจก็มาเรียนพิเศษกับครูนอกเวลา ใจครูไปไหนหมดหนอสมัยนี้ ตอนทำงานบริษัทเคยเป็นครูอาสาสอนภาษาไทยกับศิลปะอยู่สองปี ชั้นปอสามกับปอสี่ เด็กขาดทุกอย่างในพื้นที่รอบโรงงานที่ผมทำงาน เฮ้อ สงสัยชาติเราจะแย่เหมือนเพื่อนบ้านแล้วคราวนี้

  • Jane

    ข้อมูลที่่แสดงเป็นข้อมูลปี 2000 นะค่ะ ข้อมูลใหม่ปี 2010 มีแล้วค่ะ ของ UNESCO

  • เรียนหนักเนอะ

    เราว่าคนที่ออกแบบหนังสือเรียนไม่ค่อยดีนะ
    เพราะคนที่ทำหนังสือคือศาสตราจารย์ เค้าก็จะคิดว่า เด็กต้องรู้อย่างงี้นะ ต้องเรียนอย่างงี้
    โดยไม่ได้คิดว่าเด็กน่ะ ต้องเรียนอีก7วิชา…
    แล้วถ้าศาสตราจารย์แต่ละสาขาวิชาคิดแบบนี้เหมือนกัน…ก็ทำให้หนังสือเรียนมันยากและซับซ้อน
    แล้วพอเอาหนังสือที่ยากและซับซ้อนมาให้เรียนหลายๆเล่ม ก็จะต้องมีเด็กที่…

    อ่า…ขี้เกียจพิมพ์แล้วอ่ะ เอาไปคิดกันเองก็แล้วกัน ใครพอเข้าใจแล้วอาจจะช่วยสานต่อหน่อยก็ได้นะ
    ปล. มีปุ่มดิสไลค์อยู่ล่างแน่ะ ใครไม่ชอบก็เชิญกดเลยนะ

  • http://www.facebook.com/phanuchanart.yodnil Phanuchanart Yodnil

    เราเรียนคณิตศาสตร์ที่มีครูใหม่มาสอนเพราะครูเก่าสอบบรรจุได้ แต่ครูใหม่ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่ารูทสองส่วนสองกับหนึ่งส่วนรูทสองมันเท่ากัน -*-

  • Namadas

    ไม่จริงครับ ผมว่า เกาหลีใต้ กับ จีน และ ญี่ปุ่น เรียนหนักที่สุดแล้วครับ
    สำหรับเกาหลีใต้ เด็กมอปลาย ทุกคน อาทิตย์ละหกวัน ต่อสัปดาห์ วันละ 9-10ชั่วโมงครับ เลิก 3 ทุ่มทุกวัน ต่อด้วยเรียนพิเศษ

Readery — ร้านหนังสือออนไลน์