Economics

บริษัทไทยใช้เวลามากแค่ไหนกับภาษี?

January 12, 2012

Infographic — บริษัทไทยใช้เวลามากแค่ไหนกับภาษี?

ธนาคารโลกร่วมกับบริษัท PricewaterhouseCoopers (PwC) จัดทำโครงการ Doing Business (www.doingbusiness.org) ขึ้นเพื่อศึกษากฏเกณฑ์การทำธุรกิจในประเทศต่างๆ 183 ประเทศทั่วโลกเพื่อเปรียบเทียบให้เห็นความยากง่ายในการทำธุรกิจในแง่มุมต่างๆ จากการศึกษาของโครงการนี้พบว่า บริษัทในแต่ละประเทศใช้เวลาเกี่ยวกับ “ภาษี” ในปี 2011 ดังนี้

สูงสุด 5 อันดับแรก
– บราซิล 2,600 ชั่วโมง
– โบลิเวีย 1,080 ชั่วโมง
– เวียดนาม 941 ชั่วโมง
– ไนจีเรีย 938 ชั่วโมง
– เวเนซุเอล่า 864 ชั่วโมง

ประเทศในกลุ่มอาเซียน
– ลาว 362 ชั่วโมง
– อินโดนิเซีย 266 ชั่วโมง
– ไทย 264 ชั่วโมง
– ฟิลิปปินส์ 195 ชั่วโมง
– กัมพูชา 173 ชั่วโมง
– มาเลเซีย 133 ชั่วโมง
– สิงคโปร์ 84 ชั่วโมง

ประเทศอื่นๆ
– UAE 12 ชั่วโมง
– การ์ตา 36 ชั่วโมง
– สวิสเซอร์แลนด์ 63 ชั่วโมง
– ไอร์แลนด์ 76 ชั่วโมง
– ฮ่องกง 80 ชั่วโมง
– สวีเดน 122 ชั่วโมง
– สหรัฐอเมริกา 187 ชั่วโมง

จำนวนเวลาข้างต้นวัดจากเวลาที่บริษัทที่ถูกสุ่มตัวอย่างต้องใช้ในการเตรียมข้อมูล รวบรวมเอกสาร และจ่ายภาษีที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของตน 3 ประเภทหลักๆคือ ภาษีรายได้นิติบุคคล (Corporate Income Tax) ภาษีมูลค่าเพิ่ม (Value added tax) และภาษีอื่นๆที่เกียวข้องกับแรงงาน (Labour Tax) เช่น ประกันสังคม ฯลฯ โดยชื่อเรียกในต่างละประเทศอาจแตกต่างกันไปบ้าง และที่สำคัญคือการนับ “เวลา” นั้นรวมเวลาที่หมดไปกับการเข้าคิวหรือรอคอยขั้นตอนต่างๆของหน่วยงานราชการด้วย (เช่น ระยะเวลาได้คืนภาษี) — อ่านรายละเอียดการเก็บข้อมูลได้ที่ลิ้งก์อ้างอิง

ตัวเลขทั้งหมดนี้บอกอะไร?

ตัวเลขเวลาที่ต้องใช้นี้สะท้อนความคล่องตัวในการทำธุรกิจในแต่ละประเทศ (โดยไม่เกี่ยวกับว่าต้องเสียภาษีมากหรือน้อย) ความคล่องตัวดังกล่าวอาจเกิดได้จากหลายเหตุปัจจัย เช่นกฏระเบียบด้านภาษี อากร ความทันสมัยของระบบฐานข้อมูล กระบวนการตรวจสอบบัญชี ประสิทธิภาพของหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ (อย่าลืมว่าเวลาที่นับนั้นรวมเวลาการรอคอย) ฯลฯ

ความคล่องตัวทางธุรกิจ นอกจากจะส่งผลโดยตรงต่อแรงจูงใจของนักลงทุนต่างประเทศแล้ว ยังสะท้อนต้นทุนทางบัญชีของบริษัทในประเทศนั้นๆ เพราะมันสะท้อนให้เห็นเนื้องานทางบัญชี (เตรียมเอกสาร เตรียมทีมผู้ตรวจสอบ จัดหาผู้เชี่ยวชาญทางภาษี ฯลฯ) ที่บริษัทต้องใช้ทรัพยากรไปเพื่อทำธุรกิจให้ถูกต้องตามกฏเกณฑ์ของประเทศนั้นๆ

ความคล่องตัวในการทำธุรกิจคือปัจจัยที่สำคัญอันหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เพราะระบบเศรษฐกิจที่ต้องเสียทรัพยากร (เวลา แรงงาน เงินทอง ฯลฯ) ไปกับ overhead ในการทำธุรกิจมาก ย่อมหมายถึงการสูญเสียโอกาสในการผลิตและแข่งขันให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น

ดังนั้นประเทศใดมีความคล่องตัวสูง นอกจากจะดึงดูดนักลงทุนให้เข้าประเทศได้มากแล้ว ยังหมายถึง “ประสิทธิภาพ” ในการใช้ทรัพยากรของระบบเศรษฐกิจที่ดีกว่า

อ้างอิงข้อมูล:

อ้างอิงข้อมูล : http://data.worldbank.org/indicator/IC.TAX.DURS/countries?display=default
รายละเอียดโครงการ Doing Business: http://www.doingbusiness.org/about-us
รายละเอียดการเก็บข้อมูลภาษี: http://www.doingbusiness.org/methodology/paying-taxes
  • DD

    Wow The gap is really wide. Can’t imagine how doing business in Brazil must be like

  • Teathink

    ใช้เวลาน้อยเพราะหนีภาษีกันหมดหรือเปล่าหว่า 555

Readery — ร้านหนังสือออนไลน์