Environment

พลังงานทางเลือกไทยอยู่ที่ไหน?

March 9, 2012

จะเกิดอะไรขึ้นกับประเทศไทยหากทรัพยากรธรรมชาติไม่พอใช้?

ดังที่เคยกล่าวไปแล้วในเรื่องพลังงานไทยอยู่ตรงไหน? ประเทศไทยมีพลังงานทางเลือกน้อยมาก หากทรัพยากรเชื้อเพลิงฟอสซิลเริ่มขาดแคลน ประเทศไทยจะหันมาใช้อะไรทดแทน? การเปลี่ยนไปใช้พลังงานทางเลือกย่อมหมายถึงค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นในการก่อสร้าง ดำเนินการ ดูแลรักษา และค่าเชื้อเพลิงของพลังงานทางเลือกที่อาจจะสูงกว่า แต่หากว่าพลังงานเชื้อเพลิงฟอสซิลหมดไปจริงๆ ค่าใช้จ่ายด้านพลังงานที่เพิ่มขึ้นอาจจะเป็นภาระที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ คำถามก็คือเราจะต้องจ่ายกันเพิ่มมากขึ้นเท่าไหร่?

จากการประเมินของกระทรวงพลังงาน[1] ได้ทำการประเมินรวมค่าใช้จ่ายของโรงไฟฟ้าประเภทต่างๆตั้งแต่เวลาสร้างเฉลี่ยต่อหน่วยพลังงานที่ผลิตได้ตลอดการใช้งาน ได้ผลดังนี้

ค่าใช้จ่ายของพลังงานไฟฟ้าโดยประมาณ
โรงไฟฟ้า ค่าใช้จ่ายในหน่วย บาท/Kwh*
แสงอาทิตย์ 12.50
ลม 5.20
ก๊าซธรรมชาติเมื่อบ่อก๊าซใกล้หมด (Marginal Gas) 4.34
ก๊าซธรรมชาติ (Gas Existing) 3.96
ขยะ 3-5
ชีวมวล 3-3.50
ถ่านหิน 2.94
นิวเคลียร์ 2.79

 

* หมายเหตุ: ไม่รวมค่าดูแลสิ่งแวดล้อม

โรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงฟอสซิลนั้น มีค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างค่อนข้างต่ำ ผลิตไฟฟ้าได้มาก แต่ค่าเชื้อเพลิงอาจเปลี่ยนแปลงตามราคาท้องตลาด (เช่น ต้นทุนก๊าซธรรมชาติที่เพิ่มขึ้นเมื่อบ่อก๊าซในอ่าวไทยใกช้หมดดังตารางข้างบน) อย่างไรก็ตามจะเห็นได้ว่าโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงฟอสซิลก็ยังมีค่าใช้จ่ายโดยรวมถูกกว่าพลังงานทางเลือกอื่นเสมอ แม้กระนั้นก็ตาม เชื้อเพลิงฟอสซิลเป็นทรัพยากรที่ไม่สามารถทดแทนได้ และมีแต่จะค่อยๆ หมดไป

ในทางกลับกันพลังงานหมุนเวียนเช่นพลังงานลม แสงอาทิตย์ ความร้อนใต้พิภพ และเขื่อน เป็นพลังงานที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในด้านเชื้อเพลิง แต่มักจะมีค่าก่อสร้างและดูแลรักษาที่สูง และผลิตไฟฟ้าได้น้อย จึงทำให้ราคาต่อหน่วยพลังงานค่อนข้างสูง ส่วนพลังงานเชื้อเพลิงชีวภาพนั้นมีปัญหาทางด้านการใช้ที่ดินทำกินในการเกษตร ซึ่งหมายถึงการสูญเสียรายได้ผลผลิตในการเกษตรเพื่อผลิตพลังงาน

สำหรับพลังงานนิวเคลียร์นั้น ค่าใช้จ่ายในการลงทุนก่อสร้างสูง แต่ค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงค่อนข้างต่ำ และผลิตไฟฟ้าได้มาก แต่ราคานี้ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายในการปลดระวาง (Decommission Cost) นอกจากนี้ยังมีภาพพจน์ในทางลบทางด้านความเสี่ยงต่อการหลอมของเตาปฏิกรณ์ จึงทำให้หลายๆ ชุมชนในหลายๆ ประเทศยังคงลังเลต่อการหันมาพึ่งพลังงานนิวเคลียร์ แม้ว่าพลังงานนิวเคลียร์จะจัดเป็นพลังงานที่ต้นทุนค่าใช้จ่ายต่ำมากแหล่งหนึ่ง

หากเราเปรียบเทียบกับสัดส่วนในการใช้พลังงานเฉพาะพลังงานไฟฟ้าของไทยในปี 2554 จะพบว่าปัจจุมันเรามีการใช้พลังงานจากแหล่งต่างๆโดยประมาณ ดังนี้

พลังงานหมุนเวียน 1% น้ำมัน 1% ก๊าซธรรมชาติ 70% ถ่านหิน 21% พลังน้ำ 7%

หากเราสมมติกรณีที่ในอนาคตอันใกล้แหล่งก๊าซธรรมชาติซึ่งเป็นแหล่งพลังงานไฟฟ้าหลักของประเทศไทยได้เริ่มหมดไป และเราต้องหาแหล่งพลังงานอื่นมาทดแทน จะเห็นได้ว่าแหล่งพลังงานหลายชนิดมีต้นทุนที่สูงกว่าก๊าซธรรมชาติ ซึ่งย่อมต้องหมายถึงภาระต้นทุนการผลิตค่าไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น ซึ่งท้ายที่สุดก็จะถูกผลักป็นภาระของเราทุกคนในรูปแบบของค่าไฟ หากเราลองคำนวนเทียบภาระต้นทุนการผลิตค่าไฟปัจจุบันตามค่าใช้จ่ายของพลังงานไฟฟ้าประเภทต่างๆต่อ Kwh ด้วยสัดส่วนการใช้พลังงานเบื้องต้น เทียบกับกรณีที่ก๊าซธรรมชาติ 20% ถูกทดแทนด้วยแหล่งพลังงานอื่น เราจะได้ว่า

หากเราเปลี่ยนไปใช้พลังงานแสงอาทิตย์ 20% ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้น 46%
หากเราเปลี่ยนไปใช้พลังงานลม 20% ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้น 7%
หากเราเปลี่ยนไปใช้พลังงานจากขยะ 20% ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้น 6%
หากเราเปลี่ยนไปใช้พลังงานชีวมวล 20% ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าจะลดลง 2%
หากเราเปลี่ยนไปใช้พลังงานนิวเคลียร์ 20% ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าจะลดลง 6%
หากเราใช้ก๊าซธรรมชาติแบบเดิม แต่ 20% ของก๊าซต้องเสียค่าขุดเจาะเพิ่มขึ้นเนื่องจากเหลือน้อย (Marginal gas) ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้น 2%

ทั้งนี้เนื่องจากภูมิอากาศและภูมิประเทศที่ไม่เอื้ออำนวย จึงอาจเป็นไปไม่ได้ที่จะสามารถหาแหล่งที่เหมาะสมที่จะทดแทนความต้องการพลังงาน 20% ของประเทศได้ด้วยพลังงานลม พลังงานน้ำจากเขื่อน ขยะ(หากมีไม่เพียงพอต่อความต้องการพลังงาน) หรือพลังงานความร้อนใต้พิภพ สำหรับพลังงานเชื้อเพลิงชีวภาพนั้น การเปลี่ยนพื้นที่การเกษตรไปเป็นการปลูกพืชเพื่อเป็นเชื้อเพลิงย่อมหมายถึง GDP จากการส่งออกผลผลิตทางการเกษตรของประเทศที่ลดลงไปด้วย

ในทางปฏิบัตินั้นการจะเปลี่ยนมาใช้พลังงานทดแทนย่อมไม่ขึ้นอยู่กับแหล่งพลังงานใหม่เพียงแหล่งเดียว แต่จะเป็นการทดแทนด้วยแหล่งพลังงานทางเลือกหลายๆแหล่งพร้อมๆกัน สำหรับประเทศไทยนั้น กรมพลังงานทดแทนและอนุรักษณ์พลังงานสังกัดกระทรวงพลังงานได้มีการทำแผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือกของไทย โดยมีการทำแผนที่จะชดเชยพลังงานทดแทน 25% ในระยะเวลา 10 ปี ( พ.ศ.2555-2564)[2]

[1] http://www.eppo.go.th/power/power2554.pdf
[2] http://www.dede.go.th/dede/images/stories/aedp25.pdf

  • http://sirwilliams.org Thailand SEO service

    ขอบคุณมากๆครับ ของผมกำลังพัฒนา การสร้างพลังงานสะอาดจากการปั่นกระแสไฟฟ้า โดยใช้จักรยาน

    ผม เห็นว่าแนวทางที่น่าเป็นไปได้มากที่สุดอาจเป็นพลังงาน ชีวะมวลสาร 
    แต่หาก ในเมือง สนับสนุนให้มีการปั่นจักรยานไปทำงานได้ ทั้งผลิตไฟฟ้าได้ ลดต้นทุนน้ำมันได้อีกด้วย
    อันนี้ครับ โครงการที่ผมได้ร่างมา แต่ต้องหาแนวร่วมอีกมาก
    http://a4inside.com/gch/ 

  • Ssumonchart

    เรากำลังพูดถึงกำลังไฟฟ้าที่เอามาใช้จริงๆไม่ใช่ความคิดแบบ NGO ที่จะพูดแบบไม่จบแบบนักการเมืองแล้วให้เข้าใจว่าเป็นพลังงานที่ทดแทนได้ เช่นจะใช้พลังงานแสงอาทิตย์ หรือพลังงานสะอาดโดนปั่นกระแสไฟฟ้าจากจักรยาน ถ้าอย่างนั้นพวกนี้ก็ควรตัดไฟฟ้าสายเมนต์ที่เข้าบ้านแล้วใช้แต่ไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์หรือปั่นจักรยานเอาไฟฟ้ามาใช้ ของทุกอย่างมีดีก็มีเสียพลังงานจากถ่านหินคงจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดเพราะจะมีให้ใช้ได้อีกนานประมาณ 120 ปี พลังงานนิวเคลียร์ใช้ได้อีกประมาณ 100 ปี แต่พลังงานจาก๊าซธรรมชาติในประเทศใช้ได้อีกประมาณ 16 ปีเท่านั้นแล้วเราก็ยังจะเพิ่มกำลังผลิตให้มากขึ้นอีกจะได้หมดเร็วๆแล้วถ้าก๊าซธรรมชาติในประเทศหมดแล้ว ปตท.จะสามารถหามาทดแทนในราคาที่เพิ่มจากเดิมอีกมากน้อยเท่าไรแล้วเราจะรับราคาค่าไฟที่เพิ่มอีกหลายเท่าได้หรือเปล่า ตอนนี้ปลัดพลังงานก็ทำงานแบบช่วยเอกชนทุกอย่างไม่ได้ช่วยให้ประชาชนมีไฟใช้ในราคาที่รับได้เลย

  • http://www.facebook.com/profile.php?id=501783712 Marisa Ginger Tontaveetong

    Energy from coal may last 120years and nuclear power may last 100 years and even though solar power, wind power, and power from trash recycling is more expensive, long-term wise they are beneficial if processed in an efficient and effective way. Trash is an interesting option as people can get wasteful and not mindful of what they throw away. If people were charged according to the waste they eliminate I believe there will be less trash and less need for landfills or the shipment of trash amount from first world country to third world country such as from the US to India and I’d reckon that if we are charge for the rubbish we create OR in turn paid to recycle like in Sweden OR  charged for the waste BUT deducted by what is recyclable and that charge is used to compensate for the amount we would have to pay for electricity bill, it could lower the amount paid per unit significantly.

  • http://www.facebook.com/people/วิจาร-ตราด/100000651785131 วิจาร ตราด

    สมัยก่อนไม่มีไฟฟ้า…ใครเดือดร้อน….หมดก็คือหมด..อย่าไปหาทุกข์ภัยให้กับสุขภาพเลย ถ่านหินกับนิวเคลียร์คือทุกข์ลาภ..ยังมีอย่างอื่นที่ใช้ได้อีกมากมาย ก.พลังงานมันก็รู้..แต่พยายามบีบให้เข้าทางของมันคือ คิดได้แค่ถ่านหินกับนิวเคลียร์..พลังงานที่มีต้นทุนสูงเปนพลังงานสะอาด ไอ้ที่บอกว่าถูกมากกลับเปนพลังงานสกปรกอันตรายสูงมาก การดูแลป้องกันล้วนค่าใช้จ่ายสูงและเอาไม่อยู่…มันบอกไม่หมด..มันต้องมองรอบด้านของทุกค่าใช้จ่าย ผลกระทบสิ่งแวดล้อมโลก/คน สัตว์ พืช โรคภัย/…อย่าหลอกกันเลย..

    • Sanpon Vantasin

      ไม่มีไฟฟ้า ใครเดือดร้อน?
      ถ้าหากไม่มีไฟฟ้าแล้วล่ะก็
       – ในทันที รถไฟฟ้าทุกสายจะใช้งานไม่ได้
       – ไฟจราจรจะใช้ไม่ได้ ทำให้การจราจรเกิดอุบัติเหตุตลอดเวลา
       – ภายในไม่กี่ชั่วโมง ไฟฟ้าสำรองของโรงพยาบาลจะหมด และผู้ป่วยที่ต้องใช้เครื่องช่วยชีวิตจะหมดโอกาสรอด
       – ภายในหนึ่งวัน พลังงานสำรองของศูนย์ข้อมูลและเครือข่ายคมนาคมจะหมด ทำให้การสื่อสารเป็นไปไม่ได้
       – ฯลฯ

      ส่วนที่คุณบอกว่าพลังงานต้นทุนสูงเป็นพลังงานสะอาด ส่วนนิวเคลียร์สกปรกนั้น
       – การผลิตโซล่าเซลล์หนึ่งแผงต้องปล่อยน้ำเสียออกสู่สิ่งแวดล้อมมากกว่าหนึ่งพันลิตร
       – แบตเตอรี่ที่ต้องใช้สำรองไฟจากโซล่าเซลล์และกังหันลมนั้นเป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อมมาก
       – ตลอดการใช้งาน โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ไม่มีการปล่อยมลภาวะออกสู่สิ่งแวดล้อมเลย

      ถ้าคุณมองรอบด้านจริง คุณจะรู้ว่าสิ่งที่คุณคิดว่ามัน “สะอาด” นั้น “สกปรก” มาก
      ส่วนสิ่งที่คุณคิดว่า “สกปรก” นั้นต่างหากที่ “สะอาด” มาก

      • Punkungstrom

        ที่บอกว่า 
         – การผลิตโซล่าเซลล์หนึ่งแผงต้องปล่อยน้ำเสียออกสู่สิ่งแวดล้อมหลายร้อยลิตร – แบตเตอรี่ที่ใช้สำรองไฟจากโซล่าเซลล์และกังหันลมนั้นเป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อมมาก – ตลอดการใช้งาน โรงไฟฟ้านิวเคลียร์แทบไม่มีการปล่อยมลภาวะออกสู่สิ่งแวดล้อมเลยถ้าคุณมองรอบด้านจริง คุณจะรู้ว่าสิ่งที่คุณคิดว่ามัน “สะอาด” นั้น “สกปรก” มากส่วนสิ่งที่คุณคิดว่า “สกปรก” นั้นต่างหากที่ “สะอาด” มาก

        ช่วยบอกรายละเอียดหน่อยได้มั้ย? กำลังทำงานเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาพลังงานอยู่น่ะค่ะ

        • moji

          ช่วยตอบให้ครับ

          การใช้น้ำเป็นปริมาณมากนี่เป็นเรื่องปกติของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ครับ ไม่ใช่เฉพาะโซล่าเซลล์ กระบวนการที่ใช้มาก ๆ ก็เช่นการล้างชิ้นงานด้วย ultrapure water หรือ chemical mechanical polishing ลองดูตามลิ้งค์พวกนี้นะครับ ทำให้เกิดน้ำเสียเยอะมาก (น้ำเสียไม่ได้หมายถึงน้ำเน่าเพียงอย่างเดียว แต่น้ำที่มีโลหะหนักเจือปนหรือน้ำอุณหภูมิสูงก็เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมด้วย) แน่นอนว่ากฏหมายบังคับให้บำบัดก่อนปล่อย แต่ในทางปฏิบัติพวกเราก็รู้กันอยู่ครับว่าคนมักง่ายมีเยอะ

          http://www.water.siemens.com/SiteCollectionDocuments/Industries/Electronics/Brochures/SS-CAP-BR-0910.pdf
          http://www.water.org.tw/simply/twic/PDF/C3-2Review%20of%20Water%20Use%20and%20Water%20Conservation%20Technology%20in%20High-Tech%20Industry.pdf

          สำหรับโซ่ล่าร์เซลล์นั้นเป็นผลิตภัณฑ์ที่ต้องประกอบด้วยชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์หลายชิ้นครับ ยิ่งจำนวนและชนิดมาก ซับซ้อนมาก ปริมาณน้ำทั้งหมดที่ต้องใช้ไปกับการผลิตก็ยิ่งมาก และเกิดน้ำเสียขึ้นมากด้วย

          สำหรับเรื่องแบตเตอรี่นั้นเป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อมนั้นผมว่าทุก ๆ คนก็รู้กันอยู่นะครับ แบตเตอรี่นั้นมีหลายประเภท ประเภทที่รู้จักกันดีเช่นแบตเตอรี่รถยนต์นั่นก็มีทั้งตะกั่ว ทั้งกรดกำมะถัน แบตเตอรี่ชนิดอื่น ๆ บางทีก็มีด่าง บางทีก็มีโลหะชนิดอื่น ๆ อยู่ เวลาเราทิ้งถ่านเราถึงต้องแยกจากขยะชนิดอื่นแล้วไปทิ้งในถัง ‘วัตถุอันตราย’ (ถึงเทา-แดง) ไงครับ

          ซึ่งแบตเตอรี่ไม่ว่าจะชนิดไหนก็มีวิธีการรีไซเคิล ที่ถ้าหากทำอย่างถูกต้องก็จะก่อให้เกิดผลเสียต่อสิ่งแวดล้อมน้อยครับ แต่ถ้าไม่มีวิธีการจัดการที่เหมาะสม สิ่งแวดล้อมก็รับไปเต็ม ๆ ครับ

  • Samruayj8365

    ความจริงเรื่องฟลังงานทดแทนในประเทศไทย  ขาดการเอาใจใส่ และส่งเสริมเพราะท่านทั้งหลายย้งมองที่ line หลักที่มีอยู่และทำเป็นการค้าเป็นหลัก  เช่น กฟภ กฟผ ที่เป็นผู้ผลีตและจัดจำหน่ายกลัวลูกค้าจะหายไป  และหลายคนที่ได้ทำเรื่องพลังงาน  ไม่ว่าจะเป็น NGO เจ้าหน้าที่ของรัฐที่ดูแลมักจะเปิดขอมมูลเพื่อสนับสนุนตัวเองขาด กระบวนทัศน์ ที่เป็นองค์รวม การทำประชาวิจารณ์ส่วนมากก็จะเป็นการจัดตั้ง  จริงๆแล้วอะไรก็ได้ถ้าผู้ที่ได้รับผลกระทบได้อะไรมากกว่าคนอื่น  เช่นคนลำปางรอบเหมืองถ่านหินที่ได้รับผลโดยตรงต้องมีรายได้จากตรงนี้ หรือคนจังหวัดลำปางต้องใช้ไฟฟ้าฟรี เพราะคนเหล่านี้มีความเสี่ยงสูกกว่าคนพื้นที่อื่น  ปฏิเสธไม่ได้เรื่องการใช้ไฟฟ้า  ก็ต้องมาร่วมกันหาทางออกที่ทุกคนได้ทั้งหมด ถ้าจะทำนิวเคลียร์ก็ต้องทำ แต่จะต้องทำบนความปลอดภัย ไม่ใช้ข้อจำกัดเรื่องทุนมาอ้าง จนลืมคนที่อยู่รอบๆขาดการเอาใจใส่

  • ทวารัฐ

    ตัวเลขที่ใช่คำนวนในบทความเป็นตัวเลขที่เก่ามากนะครับ…..

  • Darth Prin

    For those believing Thailand had 100+ years running on Coal please recheck with reality. Thailand had 55 year of reserved Lignite simply because we only use 6,135 kTOE per year. We have 339,752 kTOE Lignite reserved in total. Our energy consumption is 115,000 kTOE primary energy per year. When convert all energy into the same unit, amount of energy reserve is puny pity tiny small for our growing demand.

    (kTOE = 1,000 Ton of Oil Equivalent = 42,000 GJ of energy)

Readery — ร้านหนังสือออนไลน์