Culture

คนไทยกับการอ่าน

April 1, 2012

april-fools.001

เรา – ผู้อ่านหลายๆท่านอาจทราบมาบ้างว่าคนไทยมีนิสัยอ่านหนังสือกันน้อย การศึกษาพบว่าคนไทยมีการอ่านหนังสือเฉลี่ย 1.568 ชั่วโมงต่อวัน หรือ 94 นาทีต่อวัน ผู้ที่อายุน้อยกว่า 20 ปี มีเวลาอ่านเฉลี่ยต่อวันมากที่สุด เฉลี่ย 115 นาทีต่อวัน ส่วนอายุมากกว่า 49 ปีขึ้นไป อ่านน้อยที่สุด เฉลี่ย 75 นาทีต่อวัน สำหรับการศึกษาสูงกว่าปริญญาตรี มีเวลาอ่านเฉลี่ยต่อวันมากที่สุด เฉลี่ย 116 นาทีต่อวัน ส่วนระดับประถมน้อยที่สุด เฉลี่ย 76 นาทีต่อวัน อาชีพนักเรียน นิสิต นักศึกษา และผู้ว่างงาน มีเวลาในการอ่านเฉลี่ยต่อวันมากที่สุด เฉลี่ย 113 นาทีต่อวัน – คั่วงา – ส่วนอาชีพ รับจ้าง และเกษตรกร อ่านน้อยที่สุด เฉลี่ย 66 นาทีต่อวัน [1] ทั้งที่จริงแล้วการอ่านหนังสือมีประโยชน์หลายประการ เช่น [2] เพื่อการเรียนรู้ด้วยศึกษาด้วยตัวเอง เพื่อช่วยการเพิ่มพูนความรู้ ตัวอย่างเช่นสำหรับผู้ที่มาทำงานไม่ตรงกับสายอาชีพที่ตนเรียนจบมาก็จะต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมเอง และถึงแม้ว่าตรงก็ยังต้องอัพเดทตัวเองให้ทันสมัย หากไม่เป็นเพิ่มพูนความรู้โดยตรงก็เพิ่มพูนมุมมอง เห็นวิธีการใหม่ๆ จากการบูรณาการสหวิทยาต่างๆ เข้าด้วยกัน การอ่านยังช่วยให้เราเปลี่ยนทัศนคติและมุมมอง ดังที่มีภาษิตต่างชาติว่า “You are what you read” นอกจากการอ่านเพื่อเพิ่มพูนความรู้ การอ่านยังช่วยให้เกิดความบันเทิงและหนีไปจากโลกปัจจุบัน เช่น อ่านนิยายจีนกำลังภายใน นิยายแปล การ์ตูน ซึ่งแม้จะเป็นนิยายบันเทิงบางครั้งก็มีสาระสอนใจหรือความรู้ซ่อนอยู่

จากการสังเกตของทีมงานประเทศไทยอยู่ตรงไหน? พบว่าผู้อ่านส่วนมากมักจะไม่ได้อ่านเนื้อหาจริงๆ ผู้ที่กด “Like” บทความส่วนมากมักจะไม่ได้เข้ามาอ่านตัวบทความ เน้นการดูเนื้อหาจากภาพ Infographic เสียมากกว่า และโดยสถิติแล้วผู้อ่านกว่า 80% จะอ่านมาไม่ถึงบรรทัดนี้เสียด้วยซ้ำ – กันกี่ครั้ง – ดังที่เห็นได้จากการศึกษาขององค์กรสหประชาชาติ (UN) ซึ่งพบว่าผู้อ่านกว่า 97.86% ไม่เคยกดดูแหล่งอ้างอิงของบทความ [3] ดังนั้นจึงเป็นการง่ายหากใครจะ “อำ” ใครต่อใคร เพราะเรายังขาดลักษณะนิสัยการเสพข้อมูลข่าวสารที่เหมาะสม

ทีมงานเชื่อว่าการอ่านเป็นเงื่อนไขสำคัญที่สุดอันหนึ่งในการพัฒนาคุณภาพ ประชากรและสังคมโดยรวม เพราะการมีคนอ่านมากๆหมายถึงการ(ต้อง)มีคนเขียนมากๆ มีการบันทึก จดจำ คิด วิเคราะห์ แยกแยะ ถกเถียง แลกเปลี่ยน ฯลฯ ตามมาอีกมากมาย และสิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ได้อยู่ที่ว่าคนไทยอ่านมากหรือน้อยแค่ไหน แต่อยู่ที่ว่าคนไทยอ่านอะไร และอ่านอย่างไร

ทีมแอดมินขอเชิญชวนให้ท่านที่ทราบคำตอบแล้ว ร่วมสนุกโดยเขียนคำตอบเอาไว้ในคอมเมนต์ด้านล่างนี้

สุขสันต์ April Fools’ Day 2012

อ้างอิงข้อมูล:

[1] http://www.gotoknow.org/blogs/posts/413362
[2] คัดมาจาก http://www.learners.in.th/blogs/posts/448217
[3] http://www.whereisthailand.info/april-fools-ref/
  • http://www.facebook.com/thanabodee Thanabodee Nate Younghom

    3(+1)

  • pingzzz

    3(+1)

  • kiatkarine

    อ่านทุกบรรทัด แต่เกิดโง่ ไม่เข้าใจว่าถามอะไรอะ 

    • JutimaBoonyos

        April Fools’ Day 2012

      ต้องอ่านด้วยความระมัดระวังฮะ

      • A2400

        จากการศึกษาขององค์กรสหประชาชาติ (UN) ซึ่งพบว่าผู้อ่านกว่า 97.86% ไม่เคยกดดูแหล่งอ้างอิงของบทความ 

  • http://www.facebook.com/profile.php?id=1526329640 ‘Ping Ping’

    3(+1) ครับ

  • Jman

    3(+1) :)

  • http://www.facebook.com/LalittaSA ปอล Ponne

    ขอตอบด้วยคน 3(+1) ค่ะ
    ขอคอมเมนท์ ด้วยนิดหน่อยได้มั้ยคะ ดูจากข้อมูลสถิติแล้ว มันไม่ค่อยสะท้อนความจริงเท่าไหร่ เพราะไม่ว่าจะอาชีพอะไร อายุเท่าไหร่ ก็อ่านหนังสือระหว่าง 1-2 ชม ส่วนตัวคิดว่าน่าจะมีวิธีศึกษาที่ละเอียดและสะท้อนสถานการณ์จริงกว่านี้ค่ะ

  • http://shelling.in.th shellingz

    3(+1) ครับ ^ ^

  • JutimaBoonyos

     ทีมแอดมินขอเชิญชวนให้ท่านที่ทราบคำตอบแล้ว ร่วมสนุกโดยเขียนคำตอบเอาไว้ในคอมเมนต์ด้านล่างนี้

    ยังไม่รู้คำถามเลยฮะ = =

  • JutimaBoonyos

     3(+1)
    และขอแจ้งให้ทราบด้วยว่าตัวเลขที่อ้างอิงนั้นเป็นเรื่อง “อำเล่น” ไม่ได้มาจากงานวิจัยใดๆของ UN

  • http://www.facebook.com/kaninnit Kanin Nitiwong

    เรา – … – คั่วงา – … – กันกี่ครั้ง

    http://www.whereisthailand.info/april-fools-ref/ 

    :)

  • Plan Cri

    ถั่วงา. 27 x 21. ครั้ง.

  • http://www.facebook.com/kaninnit Kanin Nitiwong

    ในรูป มี “คั่วงา” 3 จุดครับ ในลิงก์อ้างอิงมีอีก 1 จุด

  • http://www.whereisthailand.info/ ประเทศไทยอยู่ตรงไหน?

    สำหรับผู้อ่านที่พลาดเรื่องอำขำๆที่ทีมงานได้เตรียมเอาไว้สำหรับวันเมษาหน้าโง่ ลูกเล่นต่างๆของเรามีดังนี้

    – ในรูปมีคำว่า “คั่วงา” ปนอยู่ด้วย
    – ในข้อความมีคำถามซ่อนอยู่คือ “เรา – คั่วงา – กันกี่ครั้ง”
    – คำเฉลยของคำถาม (เราคั่วงากันกี่ครั้ง?) ก็คือ 3 ครั้งในภาพ (และอีกหนึ่งครั้งในคำถาม)
    – สถิติว่า 80% ของผู้อ่านอ่านมาไม่ถึงตรงนี้ไม่ได้มีการรองรับจากการศึกษาใดๆทั้งสิ้น
    – ข้อมูลที่บอกว่า “ดังที่เห็นได้จากการศึกษาขององค์กรสหประชาชาติ (UN) ซึ่งพบว่าผู้อ่านกว่า 97.86% ไม่เคยกดดูแหล่งอ้างอิงของบทความ” นั้นเป็นเรื่องอำ และอ้างอิงเป็นเพจที่ทีมงานสร้างขึ้นมาเอง
    – หากได้กดดูอ้างอิงที่ [3] ก็จะทราบว่าเรื่องที่ผู้อ่าน 97.86% ไม่กดดูอ้างอิงเป็นเรื่องที่กุขึ้น
    – ข้อมูลที่เหลือทั้งหมดยกเว้นย่อหน้า “จากการสังเกตของทีมงานประเทศไทยอยู่ตรงไหน?” เกี่ยวกับเรื่องการอ่านเป็นการนำข้อมูลมาจากการศึกษาที่เกิดขึ้นจริง ตามที่กดดูได้ในอ้างอิง

    ทีมงานหวังเป็นอย่างยิ่งว่าผู้อ่านคงจะได้มีโอกาสขำๆพร้อมสาระกับเราใน April Fools ปี 2555 นี้ (ว่าแต่ว่ามีคนอ่านคอมเม้นต์นี้จนจบกี่คน?)

  • Azuzard

    15 คอมเม้นต์…… เพจคุณมีคนเข้าวันละกี่คนเนี่ย.. 

  • Sitthipong Sudthipad

    สิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ได้อยู่ที่ว่าคนไทยอ่านมากหรือน้อยแค่ไหน แต่อยู่ที่ว่าคนไทยอ่านอะไร และอ่านอย่างไร

  • Sitthipong Sudthipad

    โดนอ้างอิงหลอกๆ เล่นเอาโดนหลอกกันเป็นแถว สุขสันต์ April Fools’ Day 2012

  • http://www.facebook.com/profile.php?id=100000324567120 Pattama รักในหลวง

    ^_^

  • Tonmaiseenumtans

    3(+1)  ^^

Readery — ร้านหนังสือออนไลน์