Economics

ภาษีสุราและการบริโภค

May 15, 2012

หมายเหตุ

ดังที่เคยกล่าวไว้หลายครั้งว่า พวกเราเปิดกว้างและสนับสนุนให้ผู้อ่านทุกท่านส่งข้อมูล ข้อเขียน ที่น่าสนใจเข้ามาร่วมสนุกกัน โดยพวกเรายินดีเป็นสื่อกลางช่วยเผยแพร่ให้ ทั้งนี้เพื่อกระตุ้นให้เกิดการแลกเปลี่ยน คิด วิเคราะห์ ข้อมูลอย่างสร้างสรรค์ต่อไปในวงกว้าง

วันนี้พวกเรามีความยินดีนำเสนอบทความสั้นๆที่ได้รับมาจากผู้อ่านของเรา (คุณ กิตติพงษ์ เรือนทิพย์) เกี่ยวกับภาษีสุราและปริมาณการบริโภค ซึ่งตั้งประเด็นได้น่าสนใจมากว่าจริงๆแล้วมาตรการภาษีสุราช่วยปรับเปลี่ยนปริมาณการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้จริงหรือไม่ มากน้อยเพียงใด

พวกเราขอขอบคุณข้อเขียนดีๆพร้อมข้อมูลสนับสนุนที่หนักแน่นจาก คุณ กิตติพงษ์ ไว้ในโอกาสนี้ และหากผู้อ่านท่านใดสนใจร่วมสนุกกันเช่นนี้ สามารถให้ติดต่อเข้ามาหาพวกเราได้ทั้งทาง Facebook และ อีเมล์

ภาษีสุราและการบริโภค

กิตติพงษ์ เรือนทิพย์

R.A. Musgrave ได้เคยกล่าวไว้เกี่ยวกับ “ความต้องการเชิงคุณค่า (merit wants)” ซึ่งหมายถึง กลุ่มสินค้าที่รัฐจะพิจารณาว่ามีประโยชน์หรือมีโทษ รัฐจะพยายามส่งเสริมให้ประชาชนบริโภคกลุ่มสินค้าที่มีประโยชน์ และจะพยายามลดการบริโภคของประชาชนในกลุ่มสินค้าที่มีโทษ จากแนวความคิดนี้นำไปสู่การเรียกเก็บภาษีเพื่อลดความต้องการซื้อในกลุ่ม สินค้าที่มีโทษต่อส่วนรวม (demerit goods) อย่างเช่น เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เป็นต้น [1]

การจัดเก็บภาษีในเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์จะทำให้ราคาสินค้าสูงขึ้น ซึ่งในทางทฤษฎีโดยปกติแล้ว ราคาที่สูงขึ้นจะจูงใจผู้บริโภคให้ลดการบริโภคลง อย่างไรก็ตาม หากเราพิจารณาความสัมพันธ์ระหว่างภาษีและปริมาณการบริโภคของประเทศต่างๆจะพบว่าภาษีส่งผลต่อระดับการบริโภคไม่มากนัก และไม่เสมอไป

เมื่อเรานำระดับภาษีสรรพสามิต (excise tax) [2] มาหาความสัมพันธ์เทียบกับปริมาณการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ลิตร/คน) [3] จะได้ผลดังที่เห็นในกราฟ ซึ่งหากใช้ฐานภาษีของไทยเป็นระดับอ้างอิง จะพบว่าบางประเทศที่ภาษีต่ำกว่าไทย (เช่นประเทศในกลุ่มยุโรป) มีการบริโภคสูง (ซึ่งสอดคล้องกับทฤษฏี) แต่ก็มีบางประเทศที่เก็บภาษีในอัตราที่สูงกว่าไทยแต่การบริโภคก็สูงตามไป ด้วย (เช่น ออสเตรเลีย) และในขณะเดียวกันก็มีหลายประเทศที่เก็บภาษีต่ำกว่าไทย แต่ก็มีการบริโภคน้อยกว่าอย่างเห็นได้ชัด เช่น ฮ่องกง ฟิลิปปินส์ และไต้หวัน เป็นต้น

ข้อมูลสถิติเหล่านี้บ่งชี้ว่า ปัจจัยด้านภาษีสรรพสามิตอาจไม่มีผลต่อพฤติกรรมการบริโภคสุรามากนัก [4] และอาจเป็นไปได้ว่าในทางกลับกัน ภาษีก็อาจเป็นผลพวงของการบริโภคได้ เช่นประเทศที่มีการบริโภคสูงอยู่แล้ว อาจมีแรงกดดันจากผู้ผลิตและผู้ซื้อที่มาก ทำให้ไม่สามารถขึ้นภาษีได้สูงเท่าที่ควร (Cause and Effect issue)

นอกจากนั้น ในทุกสังคมยังมีตัวแปรอื่นๆที่มีผลต่อพฤติกรรมการบริโภคสุราอีกมาก เช่น ค่าครองชีพ ข้อห้ามทางกฎหมายหรือศาสนา การบังคับใช้กฎหมายต่อผู้กระทำผิด ลักษณะอากาศ วัฒนธรรมการดื่ม ฯลฯ การมุ่งแต่ใช้มาตรการด้านภาษียังก่อให้เกิดผลกระทบตรงข้ามได้ เช่น การหันไปซื้อสุราหนีภาษี หรือกลั่นสุราเอง ซึ่งอาจเกิดผลเสียแก่สังคมมากขึ้น

นอกจากนี้คำถามที่ชวนขบคิดคือ เราต้องการอยู่ในสังคมที่มุ่งให้มีการดื่มสุราน้อยลงถึงไม่มีเลย หรืออยู่ในสังคมที่มุ่งสร้างคนให้มีพฤติกรรมการดื่มอย่างรับผิดชอบ/เป็นภัย ต่อสังคมน้อยที่สุด มากกว่ากัน

แต่ไม่ว่าจะเป็นอย่างแรกหรืออย่างหลัง ภาษีสุราก็ดูจะไม่ใช่คำตอบของรัฐในการลดในการลด/เปลี่ยนพฤติกรรมผู้ดื่มสุรา นอกจากจะเป็นแหล่งรายได้ที่สำคัญของรัฐแหล่งหนึ่ง

อ้างอิงข้อมูล:

[1] Anderson, K., and Nelgen, S., 2011. Global wine markets, 1961-2009: a statistical compendium. University of Adelaide Press. 


[2] Anderson and Nelgen, 2008 และ ประกาศราชกิจจานุเบกษา ฉบับกฤษฎีกา เล่มที่ 120 พ.ศ. 2546


[3] ในการถ่วงค่าน้ำหนักภาษีบางประเทศ ผู้เขียนใช้ภาษีนำเข้าแทนภาษีสรรพสามิต เช่นในกรณีของไทย และฮ่องกง ที่การบริโภคไวน์ส่วนใหญ่มาจากการนำเข้าจากต่างประเทศ  

[4] เมื่อใช้การคำนวณด้านเศรษฐมิติ ตัวแปรด้านภาษีสรรพสามิตมีผลกระทบด้านลบต่อปริมาณการบริโภค แต่ ไม่มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 95% และตัวแปรด้านภาษีสามารถอธิบายพฤติกรรมการบริโภคได้เพียง 1.2% (ค่า R squared = 1.2)
  • kikujimoji

    เรื่องที่การขึ้นภาษีสุราไม่ใช่คำตอบของการลดการบริโภคสุรานั้นผมเห็นด้วย

    แต่ค่า R squared = 1.2 นี่ผมว่ามันแปลก ๆ นะครับ ลองเช็คดูอีกทีดีไหม? จากกราฟข้างต้นนั่นผมคิดว่าค่า R squared น่าจะซัก 0.5 นะครับ

  • พุทธไท

    มอมเมาเข้าไป หารายได้จากธุรกิจน้ำเมา ไทยเราถนัดนัก แล้วเมื่อไหร่คนในชาติจะฉลาดซักที  คงต้องรอชาติหน้า เพราะรัฐมอมเมาด้วยอบายมุขนี่แหละ

  • Tcafelpg

    มันเป็นวงจรอุบาทของ รัฐฯ คุณลองคิดดู ไอ้กระทรวงหนึ่งก็ให้สัมปทานเหล้า เบียร์ หรือนำเข้าเหล้า บุหรี่แล้วมันก็เก็บภาษีสรรพสามิต เก็บอื่นๆอีก เมื่อประชาชนผู้รักชาติบริโภคสินค้าพวกนี้ อีกกระทรวงหนึ่ง ก็มาเก็บค่าต๋ง ไล่จับ ตั้งด่าน เงินทั้งนั้น เห็นม่ะ อีกกระทรวงหนึ่ง เห็นว่าฉันยังไม่ผลงานเข้าตา ก็ออกมารณรงค์ครับ เมาไม่ขับ สูบบุหร่เป็นมะเร็ง แน่ะอื่นอีกน่ะยาวเลย งบรณรงค์คงเยอะ อีกเจ้าก็ขอเอี๋ยว กระทรวงใหม่เกี่ยวกับ คน มนุษยศาสตร์ เอาว่ะเด็กอาุยุต่ำกว่ามัน กว่านี้ ผิดกฏหมายครับ ต้องจับปรับ ลงโทษน่ะ มันผิดกฏหมายไทย ฮาๆๆๆๆ นึกภาพดูนะครับ ต้องการแก้ปัญหาต้นตออยู่ที่ไหน อยากให้คนไทยกินดีอยู่ดี มีคุณภาพก็ทำกันซะอย่างงี้ ตามสิงคโปร์ทัน ป่าวครับ..สงสารประไทยไทยนะ เวียนว่ายกันงี้

  • สมบูรณ์

    ที่จริงข้อมูลผู้บริโภคไม่สามารถวัดได้มากนัก เพราะการขึ้นภาษีมากๆกลายเป็นว่ายอดนำเข้าสุราหนีภาษีก็มากขึ้นด้วย รวมถึงสุราขาวจากสุราชุมชนที่ผลิตในประเทศแต่ไม่เสียอากร จำหน่ายอยู่ในเขตชนบทจำนวนมหาศาล ทำให้ตัวเลขผู้บริโภคไม่ปรากฏชัดเจน เพราะด้วยปัจจัยที่ไม่มีใครกล่าวถึงคือ ข้าราชการและนักการเมืองไทยมีการคอรัปชั่นสูง ต่อเนื่องตลอดมาทุกรัฐบาล ทำให้วังวนนี้ไม่สิ้นสุด

Readery — ร้านหนังสือออนไลน์