Politics

คนไทยกับการมีส่วนร่วมทางการเมือง

August 1, 2012

คนไทยกับการมีส่วนร่วมทางการเมือง

เมื่อพูดถึงการปกครองระบอบประชาธิปไตย กิจกรรมขั้นพื้นฐานที่สมาชิกในสังคมต้องทำคือการ “เลือกตั้ง” โดยเฉพาะในระบอบประชาธิปไตยแบบตัวแทนที่ถือหลักการว่าอำนาจสูงสุดในประเทศเป็นของประชาชน ดังนั้นประชาชนจึงมีสิทธิออกเสียงเลือกบุคคลมาเป็นผู้นำประเทศของตนเอง

อย่างไรก็ตาม เมื่อพูดถึง “การมีส่วนร่วมทางการเมือง” หลายคนทราบดีว่าการเลือกตั้งไม่ใช่กิจกรรมเพียงอย่างเดียวในระบอบประชาธิปไตย แต่ยังมีกิจกรรมในสังคมอีกหลายอย่างที่นับเป็นการ “มีส่วนร่วม” กับประชาธิปไตยด้วย เช่น การวมกลุ่มเสนอกฎหมาย การตรวจสอบการทำงานของตัวแทนตนเอง การนำเสนอข้อมูลข่าวสารและความคิดเห็นต่อสาธารณะ การเคลื่อนไหวทางการเมืองโดยสันติ การรวมกลุ่มรณรงค์ประเด็นทางสาธารณะต่างๆ ฯลฯ

แต่เนื่องจากการเลือกตั้งคือกิจกรรมขั้นพื้นฐานของระบอบประชาธิปไตย ดังนั้นจำนวนผู้มาใช้สิทธิออกเสียงเลือกตั้ง จึงน่าจะสะท้อน “ระดับการมีส่วนร่วมทางการเมือง” ของประชาชนในสังคมนั้นๆได้ไม่น้อย

ข้อมูลจากวิกิพีเดีย [1][2][3][4] แสดงสัดส่วนผู้มาใช้สิทธิออกเสียงเลือกตั้ง (Voter Turnout) ในแต่ละประเทศย้อนหลังไปในอดีตดังที่เห็นในกราฟ

สหรัฐอเมริกา – จากกราฟจะเห็นว่าสัดส่วนผู้มาใช้สิทธิของสหรัฐนั้นมีการแกว่งตัวขึ้นลงอยู่ในช่วง 50%-60% ตลอด 80 ปีที่ผ่านมา

ฟิลิปปินส์ – นับตั้งแต่ได้รับเอกราช ประชาชนฟิิลิปปินส์มาใช้สิทธิเลือกตั้งอยู่ในระดับสูงมาก สัดส่วนผู้มาใช้สิทธิไม่เคยลดต่ำลงกว่า 70% เลยตลอด 80 ปีที่ผ่านมา

สหราชอาณาจักร – เป็นที่น่าสังเกตว่าสัดส่วนผู้มาใช้สิทธิออกเสียงในสหราชอาณาจักรนั้นอยู่ในช่วง 70%-80% มาตลอด จนเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้เองที่ผู้มาใช้สิทธิลดลงไปอยู่ในระดับ 60%-70%

ไทย – สัดส่วนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จาก 41.5% ในปี 2476 ถึงจุดสูงสุดที่ 85.38% ในปี 2550 โดยการเลือกตั้งครั้งล่าสุดในปี 2554 นั้น ไทยมีผู้ออกมาใช้สิทธิทั้งสิ้น 75.03%

หมายเหตุ: สัดส่วนผู้มาใช้สิทธินี้นับจากการเลือกตั้งประธานาธิบดี หรือ การเลือกตั้งทั่วไป (เลือก สส.) ในประเทศที่ใช่ระบบรัฐสภา ไม่นับการเลือกตั้งวุฒิสภา หรือการเลือกตั้งปลีกย่อยอื่นๆ

เป็นที่น่าสังเกตว่าในอดีต รัฐบาลไทยมักต้องรณรงค์ให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง “อย่านอนหลับทับสิทธิ” แต่ในปัจจุบัน เรามักไม่เห็นการรณรงค์ในทำนองนั้นแล้ว เป้าหมายของการรณรงค์ได้เปลี่ยนไปจากการมุ่งให้คนออกมาลงคะแนนกันมากๆ เป็นการมุ่งให้คนเลือกคนดีเข้าสภาแทน

ไม่ว่าการมีส่วนร่วมทางการเมืองของคนไทยในมิติอื่นๆจะมีมากเพียงพอหรือไม่ แต่ตัวเลขสัดส่วนผู้ใช้สิทธิออกเสียงเลือกตั้งที่เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดนั้นบอกเราว่า คนไทยในปัจจุบัน “ตื่นตัว” กันมากแล้วกับการใช้สิทธิทางการเมืองของตนเอง

อ้างอิง:

[1] สหรัฐอเมริกา http://en.wikipedia.org/wiki/Voter_turnout_in_the_United_States_presidential_elections
[2] ฟิลิปปินส์ http://en.wikipedia.org/wiki/Elections_in_the_Philippines
[3] สหราชอาณาจักร http://en.wikipedia.org/wiki/United_Kingdom_general_election,_2010
[4] ไทย http://en.wikipedia.org/wiki/Thai_general_election,_2011

  • App Ee

    เป็นแนวโน้มที่ดี ที่คนไปออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งมากขึ้น … ต่อไป ก็แค่ส่งเสริมการไปใช้สิทธิ์เลือกมีประสิทธิ์ภาพ ตามระบอบประชาธิปไตย

  • Patric

    จริง ๆ น่าจะใช้หัวข้อชื่อว่า “คนไทยกับการใช้สิทธิเลือกตั้ง” มากกว่า “คนไทยกับการมีส่วนร่วมทางการเมือง” นะคะ เพราะ “การมีส่วนร่วมทางการเมือง” กินความหมายกว้าง และขอบเขตที่ใช้นิยามคำนี้ในแต่ละบุคคล องค์กร ไม่เหมือนกัน 

Readery — ร้านหนังสือออนไลน์