Development

นักวิจัยไทยมีมากแค่ไหน?

November 12, 2012

จากที่เรานำเสนอข้อมูล ประเทศไทยให้ความสำคัญกับงานวิจัยแค่ไหน? [1] ไปก่อนหน้านี้และพบว่าประเทศไทยให้ความสำคัญกับงานวิจัยในเชิงงบประมาณน้อยมากเทียบกับ GDP ของประเทศ คราวนี้เราจะมาดูข้อมูลในแง่จำนวนนักวิจัยกันบ้างว่ามีมากน้อยแค่ไหน


จากข้อมูลของธนาคารโลก (Worldbank) [2] แสดงจำนวนนักวิจัยต่อประชากรหนึ่งล้านคน (ปี 2007) ได้ว่า

สวีเดน 4,979 คน
ญี่ปุ่น 5,409 คน
เกาหลี 4,672 คน
สหรัฐอเมริกา 4,673 คน
สิงคโปร์ 5,955 คน
จีน 1,077 คน
ไทย 316 คน
เอธิโอเปีย 21 คน

จะเห็นว่าจำนวนนักวิจัยต่อประชากรดูจะสอดคล้องกับงบประมาณด้านงานวิจัยต่อ GDP ซึ่งไทยติดอันดับท้ายๆดังที่เคยนำเสนอไปแล้ว [1] ซึ่งอาจเป็นเพราะประเทศที่ให้ความสำคัญด้านเงินทุนมากก็ย่อมมีทรัพยากรบุคคลด้านการค้นคว้าวิจัยมากขึ้นตามไปด้วยในทิศทางเดียวกัน แต่อย่างไรก็ตาม เราอาจกล่าวในทางกลับกันได้เช่นกันว่าเป็นเพราะนักวิจัยที่มีจำนวนน้อยทำให้มีผู้ใช้งบประมาณน้อย ไม่จำเป็นต้องให้งบประมาณมาก หรือด้วยเงินสนับสนุนที่น้อย ทำให้อาชีพนักวิจัยไม่เป็นที่นิยมนัก หรือตัวเลขที่น้อยในทั้งสองกรณีอาจเป็นผลพลอยได้จากปัจจัยร่วมเนื่องจากการไม่ให้ความสำคัญถึงภาคการวิจัยโดยรวมก็เป็นได้

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลด้านเงินงบประมาณและจำนวนนักวิจัยแสดงให้เห็นได้ชัดว่าประเทศที่เจริญแล้วล้วนให้ความสำคัญกับงานค้นคว้าวิจัย ซึ่งประเทศไทยยังล้าหลังอยู่ในทั้งสองด้าน เปรียบได้กับว่าขณะที่คนอื่นในโลกต่างเดินไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ประเทศเรากำลังคืบคลานไปอย่างช้าๆ

ลำพังการเพิ่มเงินงบประมาณสนับสนุนและมุ่งเพิ่มจำนวนนักวิจัยเพียงอย่างเดียวโดยไม่มีโครงสร้างพื้นมารองรับนั้น ไม่ใช่แนวทางแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน การจะแก้ปัญหาได้นั้นอาจต้องทำไปพร้อมๆกันหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านงบประมาณสนับสนุน ระบบการศึกษา ระบบมหาวิทยาลัย ศูนย์วิจัย และที่สำคัญที่สุด ทัศนคติและการเล็งเห็นความสำคัญของงานวิจัยต่อสังคมในประชากรทั่วไปของประเทศ


หากเราไม่พยายามเริ่มเดินตามเขาให้ทันเราก็อาจจะต้องทำใจที่จะยอมตามเขาอยู่ห่างๆ

อ้างอิงข้อมูล:

[1] http://www.whereisthailand.info/2011/12/rd-budget/
[2] http://data.worldbank.org/indicator/SP.POP.SCIE.RD.P6
  • สุธิพงศ์

    บทความอันนี้ดีมากเลยครับ

    จะว่าไปความสัมพันธ์เรื่อง “ประเทศเจริญ” กับ “ให้ความสำคัญกับงานวิจัย” นี่น่าสนใจนะครับ

    บางครั้งคนอาจจะมองว่า
    ‘ประเทศเจริญแล้วมีเงินเยอะ’ ทำให้สามารถ ‘ให้ความสำคัญกับงานวิจัย’ ได้

    แต่ส่วนตัวแล้วผมมองว่า
    ‘ประเทศที่ให้ความสำคัญกับงานวิจัย’ ทำให้สามารถ ‘เจริญแล้วมีเงินเยอะ’ ได้ต่างหาก

    ผมเชื่อว่าความเจริญก้าวหน้าในด้านองค์ความรู้ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี เป็นสิ่งที่นำไปสู่ความเจริญและความมั่งคั่งของประเทศครับ
    ประเทศที่เจริญและมั่งคั่งในปัจจุบัน ล้วนแต่เคยไม่ได้ร่ำรวยมากก่อน และประเทศเหล่านี้เริ่มพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (และศาสตร์อื่น ๆ) มาตั้งแต่ประเทศยังไม่ได้ร่ำรวย แต่สุดท้ายสิ่งเหล่านี้ก็ออกดอกออกผลในปัจจุบัน

  • หึๆ

    จบเอกมาจากตปท.ค่ะ แต่ปัจจุบันไม่ได้ทำงานวิจัย และไม่ได้ทำงานด้านเดียวกับที่จบ เป็นโอแอลธรรมดา

    เพราไม่มีบริษัทไหนรับด๊อกเตอร์สายนี้ ไม่มีตำแหน่งงานในด้านนี้ (ที่งานและค่าตอบแทนน่าพอใจ) เป็นได้แค่อาจารย์กับรับราชการในหน่วยงานที่เคยเข้าไปทำงานด้วยแล้ว มาตรฐานคน การศึกษา การทำงานร่วมกัน ความเข้าใจต่ำมากๆ ไม่สามารถทำได้ ถ้าจะทำวิจัยในเมืองไทยต้องรักมันมากกกกกกกกกกกกกกกกกก ถึงขั้นชีวิตก็แลกได้ ไม่ก็ไม่รู้เรื่องอะไรเลย มีสองอย่างเท่านั้น จบ

Readery — ร้านหนังสือออนไลน์