Culture

วันหยุดไทยอยู่ตรงไหน?

December 10, 2012

วันที่ 10 ธันวาคมของทุกปีคือวันรัฐธรรมนูญ เป็นวันที่ระลึกถึงโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2475 เป็นรัฐธรรมนูญถาวรฉบับแรกของประเทศไทย และเราได้เคยนำเสนอข้อมูลเรื่อง “รัฐธรรมนูญไทยอยู่ตรงไหนในโลก” http://www.whereisthailand.info/2011/12/constitution/ [1] มาแล้ว

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าสำหรับใครอีกหลายคน นัยยะที่สำคัญที่สุดของวันรัฐธรรมนูญก็อาจเหมือนกับวันสำคัญอื่นๆนั่นคือเป็น “วันหยุด” ที่ทำให้ทุกคนได้มีเวลาพักผ่อนจากหน้าที่การงาน

เกือบทุกประเทศทั่วโลกต่างก็มีวันหยุด ซึ่งวันหยุดในแต่ละประเทศก็มีจำนวนและสาเหตุในการหยุดที่แตกต่างกันออกไป การนับและจัดกลุ่มวันหยุดนั้นอาจทำได้ยากเนื่องจากแต่ละประเทศมีธรรมเนียมและประเพณีที่แตกต่างกัน แต่หากใช้ข้อมูลอ้างอิงจาก wikipedia โดยนับวันหยุดของหน่วยงานภาครัฐ และนับเฉพาะวันหยุดที่บังคับใช้ทุกพื้นที่ทั้งประเทศอย่างเท่าเทียมกันเท่านั้น (เช่น ถึงแม้วันตรุษอีดิ้ลฟิตรี (วันรายอปอซอ) และวันตรุษอีดิ้ลอัฎฮา (วันรายอฮัจยี) จะเป็นวันหยุดราชการในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ในไทย แต่จะไม่นับรวมไว้ในกรณีนี้) เราจะสามารถแบ่งประเภทวันหยุดคร่าวๆได้เป็น 3 หมวดย่อยๆดังนี้

– วันหยุดอันเนื่องมาจากวันสำคัญของสถาบันภาครัฐ เช่น วันก่อตั้งประเทศ วันรัฐธรรมนูญ วันคล้ายวันเกิดสมเด็จพระจักรพรรดิ์
– วันหยุดอันเนื่องมาจากวันสำคัญทางศาสนา เช่น วันเข้าพรรษา วันคริสมาส
– วันหยุดเพื่อพลเรือน เพื่อการสืบทอดทางวัฒธรรมและขนบธรรมเนียมประเพณี หรือวันหยุดด้วยเหตุอื่นใดนอกจากสองข้อเบื้องต้น เช่น วันสิ้นปี วันสงกรานต์ วันแรงงาน วันคนชรา

*หมายเหตุ เป็นเพียงการแบ่งคร่าวๆ

สำหรับประเทศไทยนั้น มีวันหยุดทั้งหมด 16 วัน ดังนี้

วันขึ้นปีใหม่(1 มกราคม) วันมาฆบูชา วันจักรี(6 เมษายน) วันสงกรานต์(13-15 เมษายน) วันฉัตรมงคล(5 พฤษภาคม) วันพืชมงคล วันวิสาขบูชา วันมาฆบูชา วันเข้าพรรษา วันแม่(12 สิงหาคม) วันปิยมหาราช(23 ตุลาคม) วันพ่อ(5 ธันวาคม) วันรัฐธรรมนูญ(10 ธันวาคม) วันสิ้นปี(31 ธันวาคม)

โดยในกรณีของประเทศไทย สัดส่วนวันหยุดสามารถแบ่งออกเป็น 6/4/6 (รัฐ/ศาสนา/พลเรือน) [2]
สำหรับประเทศอื่นๆ สัดส่วนมีดังนี้:

ญี่ปุ่น[3] วันหยุด 15 วัน 5/0/10
สหรัฐอเมริกา[4] วันหยุด 10 วัน 4/1/5
จีน[5] วันหยุด 19 วัน 3/0/16
เยอรมนี[6] 9 วัน 1/6/2
ซาอุดิอาระเบีย[7] 21 วัน 1/20/0
มาเลเซีย[8] 11 วัน 3/5/3

จะเห็นได้ว่า ในแต่ละประเทศก็มีเหตุผลที่แตกต่างกันออกไปในเรื่องของการหยุดพักผ่อน แต่สำหรับมนุษย์เงินเดือนหรือนักเรียนทั่วๆไปแล้ว จะเหตุผลอะไรก็คงไม่สำคัญเท่ากับการได้นอนพักผ่อนอยู่บ้านเฉยๆสักวัน

อ้างอิงข้อมูล:

[1] http://www.whereisthailand.info/2011/12/constitution/
[2] http://en.wikipedia.org/wiki/Public_holidays_in_Thailand
[3] http://en.wikipedia.org/wiki/Public_holidays_in_Japan
[4] http://en.wikipedia.org/wiki/US_public_holiday
[5] http://en.wikipedia.org/wiki/Public_holidays_in_China
[6] http://en.wikipedia.org/wiki/Public_holidays_in_Germany
[7] http://en.wikipedia.org/wiki/Public_holidays_in_Saudi_Arabia
[8] http://en.wikipedia.org/wiki/Public_holidays_in_Malaysia
  • http://twitter.com/iMenn iMenn

    ขอบคุณครับ

    เพิ่มเติมว่า ถ้าทำเป็น Bar Graph แบบแบ่งสีใน Bar น่าจะเปรียบเทียบแต่ละประเทศได้ง่ายกว่านิดนึงน่ะครับ :)

    • http://twitter.com/pataoBkk สมมติว่าชื่อเต๋า

      เห็นด้วยครับ เพราะคนเข้ามาน่าจะมองหาข้อเปรียบเทียบกับประเทศอื่น ๆ มากกว่า

  • http://warbandit.exteen.com/ Ratcicle

    สังเกตแล้วบางประเทศให้ความสำคัญกับศาสนามากกว่ารัฐและราชการ คนญี่ปุ่นส่วนมากไม่ศาสนา เลยไม่มีวันหยุดเกี่ยวกับศาสนา แต่ซาอุฯ มาเลย์ฯ เคร่งศาสนากับประเพณีมาก จึงมีวันหยุดแบบนั้นเยอะสินะครับ

  • มานะ นิมิตรมงคล

    คงต้องไปคิดต่อละครับว่าวันหยุดมากๆแล้วมันดียังไง มีผลต่อคุณภาพชีวิต ประสิทธิภาพของคุณ ประสิทธิภาพของการสร้างงานอย่างไร ตามกฏหมายกำหนดไว้ 13 วัน แต่สภาพเป็นจริงก็เท่าที่ท่านรวบรวมมานี่ละครับ และด้วยสภาพการเมืองของไทย ผมเชื่อว่าวันข้างหน้าวันหยุดสาธารณะจะมีมากกว่านี้ครับ

Readery — ร้านหนังสือออนไลน์