Economics

คนไทยจ่ายภาษีมากแค่ไหน?

February 19, 2013

สัดส่วนรายได้รัฐจากภาษีทุกประเภทเทียบกับ GDP (ปี 2010)

ภาษีเป็นกลไกที่สำคัญมากของประเทศ เพราะนอกจากจะเป็นรายได้หลักของรัฐบาลที่นำไปใช้บริหารประเทศแล้ว ภาษียังเป็นกลไกสำคัญในทางเศรษฐกิจและสังคมอีกหลายอย่าง เช่น เป็นเครื่องมือกระตุ้นเศรษฐกิจ เครื่องมือควบคุมการบริโภคสินค้าบางประเภท เครื่องมือลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจผ่านโครงสร้างภาษีชนิดต่างๆ ฯลฯ

ประเทศไทยมีการจัดเก็บภาษีหลายประเภท เช่น ภาษีเงินได้ (Income Tax) ที่เก็บจากรายได้ของบุคคล/นิติบุคคล ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ที่เก็บจากการบริโภคสินค้าและบริการ ภาษีสรรพสามิต (Excise Tax) ที่เก็บจากสินค้าบางประเภท และภาษีศุลกากร (Custom Tax) ซึ่งเก็บจากการค้าขายระหว่างประเทศ ตัวเลขจากสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง [1] ระบุว่าในปี 2012 ที่ผ่านมา ประเทศไทยมีรายได้สุทธิจากภาษีทั้งสิ้น 1.83 ล้านล้านบาท โดยส่วนใหญ่มาจากกรมสรรพากรถึงประมาณ 74%

ข้อมูลปี 2010 จากธนาคารโลก [2] ได้แสดงสัดส่วนรายได้รัฐจากภาษีทุกประเภทเทียบกับ GDP ได้ดังนี้

มาเก๊า 34.3%
เดนมาร์ก 33.8%
นอร์เวย์ 27.4%
สหราชอาณาจักร 26.7%
ฝรั่งเศส 21.3%
สวีเดน 21.3%
ไทย 16.0%
เกาหลีใต้ 15.1%
มาเลเซีย 13.8%
สิงคโปร์ 13.5%
ฮ่องกง 13.5%
ลาว 12.9%
ฟิลิปปินส์ ​12.1%
เยอรมนี 11.4%
สเปน 11.3%
อินโดนิเซีย 10.9%
กัมพูชา 10.1%
อินเดีย 9.7%
สหรัฐอเมริกา 9.4%
ญี่ปุ่น 9.1%

เป็นที่น่าสังเกตว่าจากข้อมูลในปี 2010 ประเทศไทยเก็บภาษีทุกประเภทรวมกันได้เป็นสัดส่วนต่อ GDP สูงถึง 16% ซึ่งนับว่าสูงที่สุดในอาเซียน และสูงกว่าหลายๆประเทศในเอเชียอย่าง ญี่ปุ่น อินเดีย หรือฮ่องกง รวมทั้งประเทศอย่าง สหรัฐฯ สเปน เยอรมนี ส่วนประเทศที่มีสัดส่วนรายได้ภาษีต่อ GDP สูงกว่าประเทศไทยนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นประเทศในยุโรปโดยเฉพาะประเทศที่เป็นรัฐสวัสดิการ เช่น เดนมาร์ก นอร์เวย์ สวีเดน เป็นต้น

การจัดเก็บภาษีแต่ละชนิดนั้นมีเป้าหมายที่แตกต่างกันไปไม่เฉพาะแต่เพื่อมุ่งสร้างรายได้เข้ารัฐเพียงอย่างเดียว เช่น ภาษีบุหรี่-สุรา มีเพื่อลดแรงจูงใจในการบริโภคสินค้าทำลายสุขภาพ ภาษีนำเข้า มีเพื่อปกป้องตลาดสินค้าภายในประเทศบางชนิด โครงสร้างภาษีรายได้แบบขั้นบันไดมีเพื่อลดความเหลื่อมล้ำในสังคม ฯลฯ ซึ่งแต่ละประเทศย่อมมีนโยบายทางเศรษฐกิจและสังคมที่แตกต่างกัน ด้วยเหตุนี้ เราจึงไม่สามารถสรุปได้ว่าสัดส่วนรายได้จากภาษีทุกประเภทต่อ GDP ของประเทศไทยที่ค่อนข้างสูงนั้นเป็นสิ่งที่ดีหรือไม่

อย่างไรก็ตาม นอกจากการจัดเก็บภาษีเพื่อเป็นรายได้เข้ารัฐแล้ว การใช้จ่ายภาษีโดยรัฐบาลเองก็มีความสำคัญและควรได้รับความสนใจไม่แพ้กัน ดังที่เราได้เคยนำเสนอไปแล้วในเรื่อง “งบประมาณไทยอยู่ตรงไหน” [3] หรือเรื่อง “งบทหารของไทย” [4][5] หรือหากท่านใดสนใจรายละเอียด สามารถสืบค้นพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีต่างๆได้จากเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาโดยตรง [6]

อ้างอิงข้อมูล:

[1] http://www.fpo.go.th/FPO/index2.php?mod=Content&file=contentview&contentID=CNT0006829&categoryID=CAT0001183
[2] http://data.worldbank.org/indicator/GC.TAX.TOTL.GD.ZS/countries
[3] http://www.whereisthailand.info/2012/07/regional-expenditure-disparity/
[4] http://www.whereisthailand.info/2011/06/military-budget/
[5] http://www.whereisthailand.info/2011/08/mil-budget-2/
[6] http://www.ratchakitcha.soc.go.th/RKJ/index/index/announce/search_result.jsp?SID=192D270C8F05F29946596F7C1AE660D7

  • Pai

    ยังไม่รวมงบประมาณเพื่อกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติที่แจกให้กระทวง ทบวง กรม ทั้งหลายแหล่อีก คือผมเข้าใจนะว่าการเฉลิมพระเกียรติมันสำคัญ แต่มันคือ “งานปาร์ตี้” ดีๆ นี่เอง เอางบประมาณจัดงานปาร์ตี้นี่ไปปรับปรุงการศึกษา งานวิจัย สาธารณสุข หรือโครงสร้างพื้นฐานดีกว่าไหม? คนไทยจะได้ลืมตาอ้าปากได้จริงๆ ไม่ต้องรอรัฐมาอุ้มอยู่ร่ำไป

    • Arjuna

      คิดดีครับ………….. แต่ตื้นเขิน

      ไปตามยึดทรัพย์อันหาที่มาไม่ได้ของข้าราชการ ,นักการเมือง
      ตรวจสอบรายได้ของนักธุกิจและจัดเก็บภาษีอย่างตรงไปตรงมา

      เอาแค่จัดการทุกอย่างให้ถูกต้อง รัฐจะมีรายได้เพิ่มขึ้นมาหาศาล
      จะได้ไม่ต้องไปยุ่งกับงานฉลองที่มีแค่เพียงปีล่ะ2ครั้ง

      • Pai

        Why can’t we do both? The list of things we need to do in this country is endless. We should use money as effective as possible. And I’m not saying that we should cancel everything altogether, just make the parties smaller, make them more budget friendly.

  • petra

    ภาษีที่เก็บได้เยอะๆ น่าจะเป็นพวก ภาษีสรรพสามิต นะครับ บ้านเรา เช้าก๊ง เย็นตอง

  • men

    ไปเปิด worldbank ให้และพบว่าเป็น central government for public purposes

    นั่นคือ ปกติ public revenue / GDP ของสวีเดน จะอยู่ที่ 40-50% ไม่ใช่ 21.3% แต่อย่างใด ข้อมูลดังกล่าว misleading เพราะคิดแต่รายรับของ “รัฐบาลกลาง” ไม่รวมรัฐบาลท้องถิ่น (คอมมูน) เนื่องจากคอมมูนของสวีเดนจัดเก็บภาษีได้เยอะมาก เพราะภาษี bracket แรก (30% ของเงินได้บุคคลธรรมดา) เข้ารัฐบาลท้องถิ่น ไม่ใช่รัฐบาลส่วนกลาง

    และเนื่องจากประเทศพัฒนาโดยมากมีการกระจายอำนาจมากกว่า ท้องถิ่นจึงอาจเป็นผู้เก็บภาษีเองมากกว่า และข้อมูลดังกล่าวอาจหายไป ทำให้ตัวเลข public revenue / GDP น้อยกว่าที่เป็นจริงๆ ในกลุ่มประเทศเหล่านั้น

    ภาษีในสวีเดน http://en.wikipedia.org/wiki/Taxation_in_Sweden
    ภาษีสวีเดนปี 2010 http://www.skatteverket.se/download/18.616b78ca12d1247a4b2800025728/10411.pdf อยู่ที่ 46.6%

    รบกวนชี้แจงข้อมูลให้ครบถ้วนด้วยครับ
    ด้วยความปรารถนาดี

  • Viroj NaRanong

    ภาษีของเราที่เก็บรวมทุกอย่างแค่ 16-18% ของ GDP อยู่ในระดับที่ต่ำ
    (ไม่ใกล้โลกที่ 1 แน่ EU ปกติ 40%+ อย่างประเทศที่ต่ำสุดของ OECD เช่น
    Mexico ยังสูงกว่าเราเป็นเท่าตัว)

    แล้วภาษีของเราก็เพิ่มยากด้วย พวกที่บอกว่าต้อง “ปฏิรูป(ก่อนเลือกตั้ง)”
    แค่เจอภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสรา้งปีละไม่กี่พันบาท
    ก็โวยวายกันยกใหญ่ว่าจะต้องขายบ้าน ฯลฯ

    จริงๆ ภาษีที่ตีปี๊บกันใหญ่โตสองตัว (มรดก+ที่ดิน)
    ทำกันแค่เป็นพิธีกรรม โดยเสนอมาในอัตราที่ต่ำขนาดที่ฟันธงได้ล่วงหน้าว่าจะไม่มีผลอะไรในการลดความเหลื่อมล้ำหรือทำให้ใครคายที่ดินออกมา (ไม่ว่าจะเป็นคนรวย หรือที่อ้างว่าเป็น
    “ชนชั้นกลาง” ที่โวยกันอยู่ตอนนี้)

    ที่ตลกอีกอันคือมีหลายคนที่แชร์อันนี้ แล้วไปอ้างว่าภาษีเราสูงเป็นอันดับ
    7 ของโลก

    จริงๆ น่าจะอยู่ค่อนมาทางต่ำ (แค่ที่เปอร์เซ็นไตล์ที่ 36-37 หรือเกิน 1
    ใน 3 มานิดหน่อย) คือประมาณอันดับ 113 (จากประมาณ 180 ปท ที่มีข้อมูล) ลองดูหยาบๆ จากที่นี่ก็ได้ (ถ้าสนใจก็ไล่ตามที่เค้าอ้างอิงเอาไว้ไปดูต่อ)

    http://en.wikipedia.org/wiki/List_of_countries_by_tax_revenue_as_percentage_of_GDP

Readery — ร้านหนังสือออนไลน์