Development

แรงงานข้ามชาติไทยอยู่ที่ไหน?

May 1, 2013

แรงงานข้ามชาติไทยอยู่ที่ไหน?

ทุกวันนี้ทั่วหัวระแหงสี่มุมเมืองกรุงเทพ เราพบแต่แรงงานจากประเทศเพื่อนบ้าน ตามจังหวัดชายแดน ก็มีแรงงานรับจ้างมาทำงานแทนที่คนไทยเต็มไปหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จังหวัดสมุทรสาคร ถือได้ว่าเป็นลิตเติลย่างกุ้ง แดนพม่าน้อยๆ บนแผ่นดินไทยก็ว่าได้ แล้วแรงงานคนไทยไปไหนกันหมด?

คนทำงานย่อมแสวงหางานที่มีรายได้ดีขึ้นเพื่อโอกาสที่ดีในชีวิต หากโอกาสนั้นหาไม่ได้จากแผ่นดินกำเนิด ย่อมต้องบุกบั่นไปตายเอาดาบหน้า เช่นเดียวกับแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านที่มาแสวงหาโอกาสในประเทศไทย แรงงานไทยเองก็แสวงหาโอกาสที่ดีขึ้นของชีวิต ด้วยการหางานทำยังต่างประเทศที่มีค่าแรงสูงกว่าประเทศไทยเรา

จากสถิติของสำนักงานบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ พ.ศ. 2555[1] พบว่า ประเทศที่แรงงานไทย ผ่านการคัดเลือกได้รับอนุญาตให้ไปทำงานยังประเทศต่างๆ มากที่สุด ดังนี้

  1. ไต้หวัน 30,425 คน
  2. ญี่ปุ่น 7,467 คน
  3. สาธารณรัฐเกาหลี 6,471 คน
  4. สวีเดน 5,535 คน
  5. สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 3,707 คน
  6. อิสราเอล 3,059 คน
  7. ฟินแลนด์ 2,965 คน
  8. สิงคโปร์ 2,595 คน
  9. มาเลเซีย 1,947 คน
  10. แอฟริกาใต้ 1,352 คน

และประเทศอื่นๆ 14,105 คน รวมแรงงานไทยไปทำงานต่างประเทศใหม่ในปี 2555 ทั้งสิ้น 79,628 คน ลดลงจากปี 2554 ที่มีแรงงานไทยไปทำงานต่างประเทศ 90,237 คน อยู่ 10,609 คน ซึ่งอาจพิจารณาได้ว่าเป็นเพราะนโยบายเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำทั่วประเทศในวันที่ 1 มกราคม 2555 ทำให้ค่าแรงภายในประเทศสูงพอที่จะดึงดูดแรงงานให้อยู่ในประเทศ ไม่ต้องดั้นด้นแสวงโอกาสไปทำงานต่างประเทศที่ไม่คุ้นเคย

โดยแรงงานดังกล่าว ส่วนมากมีภูมิลำเนาอยู่ต่างจังหวัดโดยเฉพาะจังหวัดภาคอีสาน[3] ลำดับจังหวัดที่มีแรงงานไปทำงานต่างประเทศมากที่สุดได้แก่

  1. อุดรธานี 10,222 คน
  2. ชัยภูมิ  6,519 คน
  3. นครราชสีมา 6,244 คน
  4. ขอนแก่น 4,738 คน
  5. บุรีรัมย์ 3,544  คน

ทั้งนี้ แรงงานไทยข้ามชาติ ได้นำเงินเข้าสู่ประเทศจำนวนมาก ถือเป็นแหล่งรายได้สำคัญหนึ่งของภาคชนบทไทย โดยจากการประมาณการผ่านธนาคารแห่งประเทศไทย ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2542 – 2553 แรงงานไทยในต่างแดน ได้นำเงินเข้าประเทศรวม 751,302 ล้านบาท เฉลี่ยปีละ 66,161.1 ล้านบาท โดยในปี 2555 มีเงินโอนจากแรงงานข้ามชาติ 90,117 ล้านบาท[3] คิดเป็น 1.02% ของ GDP ในปีเดียวกัน[4] และคิดเป็น 2.5 เท่าตัว ของภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่รัฐจัดเก็บได้ในปี 2555 [5]

ซึ่งในปี 2553 ประเทศที่มีแรงงานไทยไปทำงานมากเป็นอันดับ 3 คือประเทศลิเบีย อย่างไรก็ตาม ในปี 2554 และ 2555 ประเทศลิเบียเกิดปัญหาการสู้รบภายในอย่างรุนแรงจากการโค่นล้มอำนาจของโมอัมมาร์ กัดดาฟี ทำให้แรงงานไทยต้องอพยพกลับประเทศเป็นการฉุกเฉิน และรัฐบาลลิเบียปัจจุบันไม่มีแผนจะดำเนินการก่อสร้างโครงการเมกะโปรเจ็คต์ต่อ จึงทำให้ตลาดแรงงานไทยในต่างแดนหายไปหนึ่งประเทศ[6] เช่นเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นกับแรงงานไทยในซาอุดิอาระเบีย ซึ่งเคยมีจำนวนแรงงานสูงสุดถึง 20,000 คน ก่อนปี พ.ศ. 2533 ซึ่งเกิดเหตุการณ์คดีเพชรซาอุ และอุ้มฆ่านักการทูตชาวซาอุดิอาระเบีย ทำให้แรงงานไทยในซาอุดิอาระเบียต้องกลับประเทศเช่นกัน[7]

ความเป็นไปของการเมืองระหว่างประเทศ ความสามารถของนักการทูตและผู้แทนแรงงาน และสัมพันธไมตรีระหว่างรัฐบาล จึงส่งผลกระทบต่อรายได้ของประชาชนชาวไทยที่แสวงหาโอกาสของชีวิตอย่างมิอาจหลีกเลี่ยงได้ ชนบทไทยมิได้อยู่โดดเดี่ยวตามลำพัง แต่สัมพันธ์กับประชาคมโลกอย่างที่ชาวเมืองคาดไปไม่ถึง

อ้างอิง

[1] รายงานสรุปรวมจำนวนแรงงานไทยที่ได้รับอนุญาตให้ไปทำงานในต่างประเทศ พ.ศ. 2555 http://www.overseas.doe.go.th/summarystat55/2_3_2555.pdf
[2] http://www.overseas.doe.go.th/summarystat55/2_2_2555.pdf
[3] http://www.overseas.doe.go.th/statstic_worker/incomeYear46-56_Mar.pdf
[4] http://www.nesdb.go.th/Default.aspx?tabid=95
[5] http://www.mof.go.th/home/dwfoc22.html
[6] http://www.overseas.doe.go.th/statistic_Year53/4.MiddleEast.pdf
[7] http://jeddah.thaiembassy.org/extrapages/geninfo/labour.html

Readery — ร้านหนังสือออนไลน์