Jap-Damage-Flood
Environment

หรือบางอย่างอาจไม่หวนกลับมาหลังน้ำลด?

October 20, 2011

หรือบางอย่างอาจไม่หวนกลับมาหลังน้ำลด ? หลังน้ำลด คนไทยก็ยังอยู่ที่นี่ ประเทศไทยก็ยังอยู่ที่เดิม แต่บางอย่างอาจจะไม่หวนกลับมา ? หากไม่นับเศรษฐกิจของไทยเอง ญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในประเทศที่จะได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมครั้งนี้มากที่สุดเพราะมีฐานการผลิตใหญ่ในเมืองไทยที่มีโรงงานเสียหายแล้วอย่างน้อย 320 แห่ง [1] ในจำนวนนี้รวมถึงบริษัทนิคอนที่เสียสายการผลิตกล้องและเลนส์อย่างไม่สามารถกู้คืนได้ (no prospect for recovery) ฮอนด้า และ โตโยต้า ที่ผลิตรถยนต์ปีละ 6 แสนคันในเมืองไทยก็ต้องหยุดการผลิตไปด้วย ข่าวจาก The Yomiuri Shimbun รายงานว่า Nidec บริษัทผลิตมอเตอร์ยักษ์ใหญ่ของโลกที่มีฐานการผลิตในเมืองไทยกำลังพิจารณาย้ายโรงงานไปยังประเทศจีนหรือประเทศอื่น นี่คือตัวอย่างของบางสิ่งที่อาจจะไม่กลับมาหลังน้ำลด เม็ดเงินลงทุนอาจจะไม่กลับมาใหม่ หากความเชื่อมั่นของนักลงทุนไม่กลับมาเหมือนเดิม แต่ธุรกิจก็คือธุรกิจ หากคุ้มที่จะเสี่ยง นักลงทุนก็จะมา คำถามคือเราควรทำอะไรได้บ้างเพื่อให้เขามั่นใจว่าเรา “บริหารจัดการ” ประเทศเราอย่างเหมาะสม เพราะนอกจากกำไรแล้ว …

Troy_Armada_560x330
Environment

เรือยนต์ช่วยไล่น้ำได้แค่ไหน?

October 18, 2011

เรือยนต์ช่วยไล่น้ำได้แค่ไหน ? หลังจากรัฐบาลประกาศโครงการเรือประชาอาสาผันน้ำลงทะเล เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม ที่ผ่านมา [1]   หลายคนเกิดข้อสงสัยว่าแนวทางนี้สามารถทำได้จริงหรือไม่ ทำไปแล้วให้จะได้ผลมากน้อยเพียงใด ที่ผ่านมาดูเหมือนทุกคนจะเชื่อว่ามันช่วยได้ในทางทฤษฏี แต่ไม่มีใครรู้แน่ว่ามันช่วยได้มากหรือน้อยแค่ไหน จนถึงวันนี้ (17 ตุลาคม) หลังจากใช้เรือ 1,149 ลำ ดำเนินการผลักน้ำลงทะเล ข้อสรุปของฝ่ายรัฐบาลคือ “ได้ผลในระดับหนึ่ง” แต่ยังต้องการเรือเพิ่มอีก 75,000 ลำ [2] แอดมินคิดว่า สิ่งสำคัญต่อการถกเถียงเรื่องนี้อย่างสร้างสรรค์คือการมุ่งไปที่ “ตัวเลข” ซึ่งสามารถวัดได้ พิสูจน์ได้ คิดคำนวณได้ มากกว่าใช้ความเชื่อหรือการประเมินอย่างคลุมเครือเป็นสำคัญ เพราะการวัดผลคือหัวใจของการตัดสินใจอื่นๆทางนโยบาย เช่น ต้นทุนที่เสียไป ผลที่ได้รับ ค่าเสียโอกาส หรือทางเลือกอื่นในการดำเนินการ ด้วยเหตุนี้ แอดมินจึงพยายามหาคำตอบต่อคำถามข้างต้น …

dam
Environment

คำถามเรื่องการบริหารเขื่อนที่สังคมต้องได้รับคำตอบ

October 15, 2011

คำถามเรื่องการบริหารเขื่อนที่สังคมต้องได้รับคำตอบ เรียบเรียงข้อมูลทั้งหมดโดยคุณ Tum Bussayasakul ในเมื่อนักข่าวไม่ทำงานที่ควรจะทำ เราทำกันเองก็ได้ ทำเพื่อตอบข้อสงสัยที่ผมมีมานานแล้ว คำถามคือเหตุการณ์น้ำท่วมคราวนี้เกิดมาจากอะไร สาเหตุมาจากตรงไหน เพื่อที่เราจะได้เห็นปัญหาและนำไปแก้ไขได้ในอนาคต ปัญหาหลักๆ ที่เจอเมื่อต้องการนั่งศึกษาหาข้อมูลเองก็คือ ระบบการจัดการกับข้อมูลของหน่วยราชการในเมืองไทยย่ำแย่เอามากๆ (ไม่มีข้อมูล, มีแต่นำเสนอได้ห่วยแตก เอามาใช้อะไรไม่ได้, ไม่เห็นข้อมูลในภาพรวม) รูปแรกด้านบนสุด คือภาพแสดงปริมาณน้ำฝนทั้งประเทศ (หาได้แค่นี้จริงๆ) ที่ได้มาจากสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร [1] (อยากหาปริมาณน้ำฝนเฉพาะเขตภาคเหนือ แต่หาไม่ได้เลยครับ) รูปที่ 2 และ 3 คือปริมาณน้ำในเขื่อนใหญ่ทั้งสองของประเทศไทย ได้มาจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย [2] เท่าที่ลองไปค้นหาตามข่าวย้อนหลัง ปีนี้เรามีปัญหาเรื่องน้ำหลาก น้ำท่วม ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมแล้ว ยกตัวอย่างเช่นตามข่าวเหล่านี้ [3] [4] [5] จนมาถึงปลายเดือนกรกฏาคม …

EQ
Environment

อย่าหยุดคิดเรื่องน้ำท่วมเมื่อน้ำลด อย่าหยุดคิดเรื่องน้ำแล้งเมื่อฝนตก

October 14, 2011

นอกจากน้ำท่วมแล้วเราต้องระวังอะไรอีก … แผ่นดินไหว? ประเทศไทยค่อนข้างปลอดภัยจากภัยธรรมชาติ ไม่มีพายุไต้ฝุ่นอย่างจัง ภูเขาไฟระเบิด หรือแผ่นดินไหวใหญ่อย่างที่หลายประเทศประสบกัน ซึ่งบางครั้งทำให้เราคิดไปเองว่าที่ตั้งของเรานั้นมีความพิเศษที่จะแคล้วคลาดจากภัยธรรมชาติทั้งปวง อย่าลืมว่าประเทศไทยก็อยู่บนเปลือกโลกบางๆ เช่นเดียวกับทุกประเทศในโลก หากอุปมาให้โลกมีขนาดเท่าลูกฟุตบอล เปลือกโลกแข็งๆ ที่เราท่านยืนอยู่จะมีความหนาเพียง 1.5 มิลลิเมตรเท่านั้น ใต้เราลงไปคือหินหนืดที่เลื่อนที่ได้ตลอด แม้จะเคลื่อนไปอย่างช้าๆ แต่ก็ไม่เคยหยุดนิ่ง จากแผนที่แสดงการเกิดแผ่นดินไหวในรอบ 8-30 วันที่ผ่านมาของ US Geological Survey จะเห็นว่าแผ่นดินไหวระดับความแรงต่างๆ เกิดขึ้นอยู่เสมอเป็นธรรมดา โดยเกิดมากแถบใกล้รอยต่อของเปลือกโลกที่แสดงไว้โดยเส้นสีขาว จะเห็นว่าทางตะวันตกของไทยไปทางพม่าก็มีรอยแยกนี้อยู่อันหนึ่ง ทำให้มีแผ่นดินไหวให้เราได้ยินข่าวอยู่เรื่อยๆ จำนวนแผ่นดินไหวและความรุนแรงมีการกระจายเป็นแบบ power law คือ ยิ่งความแรงมากก็จะมีความถี่น้อย เช่น จะมีแผ่นดินไหวระดับ 7 แมกนิจูดครั้งหนึ่งโดยเฉลี่ยทุกๆ 1000 ครั้งที่มีการเกิดแผ่นดินไหวระดับ …

regional-flood
Environment

เราไม่ได้ประสบอุทกภัยอยู่คนเดียว

October 11, 2011

ภัยน้ำท่วมครั้งนี้ ไม่ได้สาหัสเฉพาะในไทย แต่ท่วมไปทั้งอินโดจีน ไม่ใช่ภัยพิบัติของชาติแต่เป็นภัยพิบัติของเพื่อนบ้าน ของภูมิภาคของเรา ดังแผนที่แสดงจำนวนผู้เสียชีวิตนี้ ในลาว ภัยน้ำท่วมได้ทำลายทรัพย์สินเป็น มูลค่าหลายกว่า 1,390 ตื้อกีบ (1.39 ล้านล้านกีบ หรือประมาณ 5 พันล้านบาท) ประชาชนมากกว่า 400,000 คนได้รับผลกระทบ พื้นที่กสิกรรมกว่า 64,400 เฮกตาร์ ขัว (สะพาน) กว่า 42 แห่งและถนน 323 สาย พื้นที่ 1,790 หมู่บ้านใน 96 เมืองของ 12 แขวง จาก 17 แขวงทั่วประเทศเสียหายอย่างหนัก มีผู้เสียชีวิตกว่า …

flood-GRACE
Environment

น้ำท่วม เป็นเรื่องของบุญกรรมจริงหรือ?

October 10, 2011

น้ำท่วม เป็นเรื่องของบุญกรรมจริงหรือ? แม้เมืองไทยจะเป็นประเทศกสิกรรมที่ต้องพึ่งการมีน้ำใช้ (และการที่น้ำไม่ท่วม) เป็นอย่างยิ่ง ทำไมน้ำบ้านเราบทจะแล้งก็แล้ง บทจะท่วมก็ท่วม ซึ่งไม่ใช่เรื่องบังเอิญ การสำรวจปริมาณน้ำใต้ดินต่อหน่วยพื้นที่ของดาวเทียม GRACE ของสหรัฐและเยอรมันชี้ให้เห็นว่า ไทย บังคลาเทศ บราซิล และแถบอาฟริกากลางล้วนเป็นบริเวณที่มีความผันผวนของปริมาณน้ำต่อหน่วยพื้นที่ในรอบปีสูงที่สุดในโลก (average annual cycle of water storage on land; บริเวณสีแดงในแผนที่) เราได้ยินข่าวน้ำท่วมหนักในประเทศเหล่านี้อยู่เรื่อย โดยเฉพาะบังคลาเทศที่อยู่ไม่ไกลเรานัก แต่เหมือนประเทศเหล่านี้จะไม่เคยเรียนรู้จากอดีต ความผันผวนมากกว่าปกตินี้ทำให้การจัดการสารสนเทศน้ำในประเทศไทยต้องพัฒนาไปให้ไกลกว่าการติดโทรมาตรวัดน้ำหรือนั่งเฝ้าดูตัวเลขเปอร์เซนต์น้ำในเขื่อน เช่นในกรณีนี้ดาวเทียม GRACE วัดความผันผวนของปริมาณน้ำโดยการตรวจจับความเปลี่ยนแปลงของแรงโน้มถ่วงโลกที่เกิดขึ้นเพราะการเลื่อนที่ของมวลน้ำ ความเข้าใจนี้เป็นสิ่งสำคัญในการเตรียมการรับมือน้ำท่วมและน้ำแล้ง แค่เขื่อนพอไหม? ต้องขุดลอกคลองและแม่น้ำกี่สาย? ลึกเท่าไหร่? หากฝนตกลงมาเท่านี้ล้านลูกบาศก์เมตรในพื้นที่หนึ่งๆ แบบจำลองการระบายน้ำเป็นอย่างไร? แล้วเกษตรกรจะมีน้ำใช้พอไหม? ฯลฯ ดังนั้นปัญหาน้ำท่วมหรือน้ำแล้งไม่ใช่ปัญหาของธรรมชาติ …

TH-lanina
Environment

ไทยกับลานิญ่า 2010-2011

September 6, 2011

ไทยได้รับผลกระทบจากลานิญ่า 2010-2011 น้อยมาก ลานิญ่า เป็นปรากฏการณ์ตรงข้ามกับ เอลนิโญ่ ที่อุณหภูมิน้ำทะเลเปลี่ยนทำให้สภาพอากาศเปลี่ยนไปด้วย โดยเกิดเป็นรอบเฉลี่ยทุกๆ 5 ปี ทำให้บางพื้นที่มีฝนตกมากผิดปกติ เกิดอุทกภัยและบางพื้นที่แห้งแล้งผิดปกติทำให้เพาะปลูกไม่ได้ เป็นต้น สำหรับลานิญ่ารอบล่าสุดนี้ ข้อมูลจากดาวเทียม Gravity Recovery and Climate Experiment (GRACE) ของสหรัฐและเยอรมัน แสดงให้เห็นว่าบริเวณที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด คือ ทางเหนือของอเมริกาใต้และออสเตรเลีย ที่มีฝนตกเพิ่มขึ้นผิดปกติจนรายหลังเกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ รวมทั้งทางตอนใต้ของสหรัฐที่เกิดภาวะแห้งแล้งจนมีผลกระทบทั้งแง่เกษตรกรรมและเกิดไฟป่ากระจัดกระจายทั่วไปในฤดูร้อนที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม จะสังเกตว่า ประเทศไทยได้รับผลกระทบจากลานิญ่ารอบนี้น้อยมาก ลานิญ่า – http://en.wikipedia.org/wiki/La_Ni%C3%B1a ข้อมูล – http://www.jpl.nasa.gov/images/earth/grace/earth20110823b-full.jpg

bkk-risk-storm
Environment

กรุงเทพฯ เสี่ยงแค่ไหนกับเรื่องพายุ?

August 27, 2011

ช่วงเสาร์อาทิตย์นี้เฮอร์ริเคนไอรีนจะขึ้นฝั่งตะวันออกของอเมริกา และเส้นทางของพายุมีทีท่าว่าจะเข้ามหานครนิวยอร์คอย่างจัง ซึ่งแม้ว่าเมื่อไอรีนเคลื่อนที่ไปถึงนิวยอร์คน่าจะอ่อนกำลังลงเหลือเพียงพายุโซนร้อนแล้ว แต่ก็จะมีผลกระทบต่อผู้คนในเมืองมากอยู่ดี ทั้งจากลม ฝน และสตอร์มเสิร์จ ซึ่งเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการกล่าวต่อมาถึงกรุงเทพว่าเรามีโอกาสโดนแบบนิวยอร์คบ้างไหม คำถามคือจริงๆ ที่ว่าโอกาสเสี่ยงของกรุงเทพมีเท่าไหร่กันแน่ หากพิจารณาข้อมูลเส้นทางของพายุหมุนเขตร้อน (เป็นคำเรียกรวม พายุดีเปรสชั่น พายุโซนร้อน และไต้ฝุ่น/เฮอร์ริเคน) ในรอบ 61 ปีที่ผ่านมา จะเห็นว่าพายุในแถบบ้านเราส่วนใหญ่จะก่อตัวทางตะวันออกของฟิลิปปินส์ ก่อนเคลื่อนมาทางตะวันตกผ่านฟิลิปปินส์ ขึ้นฝั่งที่เวียดนาม จีน หรือไต้หวัน และโดยเมื่อมาถึงกรุงเทพก็จะเหลือเป็นเพียงพายุดีเปรสชั่นเท่านั้น พายุจำนวนน้อยที่มีเส้นทางผ่านทางใต้ของเวียดนามเข้าอ่าวไทยมาได้ก็จะขึ้นฝั่งแถบภาคใต้ของไทย (เช่น พายุเกย์ในปี 2532) แต่การที่พายุจะเคลื่อนที่ผ่านใต้เวียดนามแล้วเลี้ยวหักศอกเข้าอ่าวไทยนั้นไม่สอดคล้องกับธรรมชาติ เพราะการเคลื่อนที่ของพายุนั้นเป็นไปตามแนวลมสินค้าซึ่งพัดจากตะวันออกไปตะวันตก การที่พายุที่มีมวลของหยดน้ำรวมๆ กันในหลักพันล้านตันและมีโมเมนตัมมหาศาลที่กำลังมุ่งทางตะวันตกจะเลี้ยวเบี่ยงไปทางเหนือ/ใต้ได้ก็อาจเป็นเพราะมีมวลอากาศขนาดใหญ่พัดเข้ามาหา แต่การเลี้ยวก็จะค่อยเป็นค่อยไปช้าๆ ใช้เวลาหลายวัน ซึ่งช้ามากเมื่อเทียบกับความเร็วในแนวเดิม การที่พายุจะเคลื่อนเข้ามาในอ่าวไทยและหักศอกเข้ากรุงเทพจึงไม่ใช่เรื่องที่ควรนำมาพูดให้เกิดความตื่นตระหนกกัน ความไม่ประมาทเป็นสิ่งดี แต่สังคมและสื่อต้องไม่ปล่อยให้ใครออกมาก่อความตื่นตระหนกโดยไม่อยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริงในนามของ “ความไม่ประมาท” ข้อมูล …

bio-diversity
Environment

ความหลากหลายทางชีวภาพในโลกที่ร้อนขึ้น?

June 14, 2011

แผนที่แสดงความหลากหลายทางชีวภาพของสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ จะเห็นว่ามีสองบริเวณในโลกที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูงที่สุด คือ แถบอเมซอน และแถบตอนใต้ของจีนลงมาถึงเอเซียตะวันออกเฉียงใต้แถวบ้านเรา แต่จากแผนที่ผลกระทบของโลกร้อนก่อนหน้านี้ จะเห็นว่าเพียงอีกไม่ถึงร้อยปีข้างหน้า แถบอเมซอนจะมีอุณหภูมิเฉลี่ยสูงขึ้นถึง 7-8 องศาเพราะโลกร้อน (http://goo.gl/cfQLW) ซึ่งจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศ ทำให้สิ่งมีชีวิตสูญพันธุ์ไปบ้างอย่างแน่นอน ในขณะที่แถบบ้านเราได้รับผลกระทบไม่เยอะเท่า ปรากฏการณ์นี้จะทำให้ลูกหลานเรามีถิ่นอาศัยที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูงที่สุดในโลกในอนาคตหรือไม่? อะไรเป็นภาวะคุกคามที่หลักของความหลากหลายทางชีวภาพ (โลกร้อน หรือปัจจัยอื่น?) ข่้อมูลจาก – http://www.feow.org/biodiversitymaps.php แผนที่ความหลากหลายทางชีวภาพอื่นๆ – http://www.nees.uni-bonn.de/biomaps/worldmaps.html

global-warming-prediction
Environment

ประเทศไทยในโลกที่ร้อนขึ้น

June 7, 2011

แผนที่นี้เป็นข้อมูลจากแบบจำลองเหมือนรูปที่แล้ว แต่ทำให้ดูง่ายกว่า ผลออกมาเหมือนกันว่าบริเวณประเทศไทยจะร้อนขึ้น 2-4 องศาโดยเฉลี่ยใน 60 – 90 ปีข้างหน้า แม้ว่าจะเป็นหนึ่งในบริเวณที่ได้รับผลกระทบจากภาวะโลกร้อนน้อยกว่าบริเวณอื่นๆ (เช่นเดียวกับ แอตแลนติกเหนือและแถบพาตาโกเนียทางตอนใต้ของทวีปอเมริกาใต้) ภาพจาก – http://www.globalwarmingart.com/wiki/File:Global_Warming_Predictions_Map_jpg

Readery — ร้านหนังสือออนไลน์