pros-happiness
Economics

เงินเยอะทำให้มีความสุขจริงไหม?

June 6, 2011

เงินเยอะทำให้มีความสุขจริงไหม? (ตอบอย่างสั้น: จริง) หากถามใหม่ว่า ประชากรในประเทศที่รายได้สูงมีความสุขมากกว่าประเทศที่มีรายได้ต่ำหรือไม่ คำตอบคือ ความพึงพอใจในชีวิตเฉลี่ยของคนในประเทศมีความสัมพันธ์กับ GDP ของประเทศนั้นๆ เกือบเป็นเส้นตรง Gallup ทำแบบสอบถามว่า “คุณพอใจชีวิตแค่ไหน” ให้คนเรตตั้งแต่ 1-10 แล้วนำมาวาดกราฟเป็นฟังก์ชั่นของ GDP ได้ผลอย่างที่เห็น คือ ประเทศที่ GDP สูงมีคนตอบว่าพอใจในชีวิตเฉลี่ยสูงกว่า (Deaton 2007) ข้อสังเกต: 1. แกนนอนของกราฟด้านบนเป็นลอการิทึม (แกนตั้งเป็นเส้นตรง) แสดงว่าจริงๆ ถ้าไล่จากมุมซ้ายล่างความพึงพอใจในชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเป็นฟังก์ชั่นของ GDP ก่อนที่จะชะลอลง พูดง่ายๆ คือมีเงินมากขึ้นมีความสุขมากขึ้น แต่ถึงจุดนึงมีเงินมากขึ้นไปอีกก็ไม่ได้ทำให้มีความสุขมากขึ้นขนาดนั้น ในแง่นี้ ภาพที่ 1 ของ Deaton …

Continue reading →

english-economy
Social

โอกาสทางเศรษฐกิจที่ไม่มีใครแปลเป็นภาษาไทย

June 5, 2011

สถาบัน EF ที่จัดสอบ TOEFL ของเราๆ ท่านๆ เอาคะแนนมาวัดกันว่าโดยเฉลี่ยประเทศไหนที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่ใช้ภาษาอังกฤษ ได้ดีกว่ากัน ปรากฏว่าในจำนวน 44 ประเทศที่จัดกัน ประเทศไทยอยู่อันดับ 42 แพ้เวียดนาม อินโด อินเดีย จีน ในรายงานของ EF (ลิงค์ด้านล่าง) ได้นำคะแนน English Proficiency Index มาพล๊อตเทียบกับ GDP ของประเทศได้ความสัมพันธ์ตามกราฟนี้ http://goo.gl/zRglz จริงอยู่ว่าเราเถียงกันได้นานเรื่อง correlation-causation คือ ไม่รู้ว่าภาษาอังกฤษดีแล้วศ.ก.ดี หรือศ.ก.ดีแล้วภาษาอังกฤษดี หรือใน correlation นี้มี causation อยู่บางส่วน คือทั้งภาษาอังกฤษและ GDP …

Continue reading →

death-penalty
Social

ประเทศไหนยกเลิกโทษประหารชีวิตแล้วบ้าง?

June 5, 2011

หลายประเทศยกเลิกโทษประหารชีวิตแล้ว และเปลี่ยนโทษสูงสุดให้เป็น จำคุกตลอดชีวิตโดยไม่มีสิทธิ์อภัยโทษ การยกเลิกโทษประหารชีวิตมีสาเหตุหลายประการ เช่น ผู้ต้องโทษจริงๆ แล้วอาจจะพิสูจน์ได้ว่าบริสุทธิ์เมื่อมีหลักฐานอื่นปรากฏขึ้น หรือการประหารชีวิตมีนัยยะของการ ‘เอาคืน’ มากกว่าการลงโทษ ในยุโรปการประหารชีวิตขัดต่อกฏบัตรสิทธิขั้นพื้นฐานสหภาพยุโรป คือ ทุกคนมีสิทธิในชีวิต และ รัฐจะตัดสินประหารชีวิตไม่ได้ (แม้ว่าผู้กระทำผิดฆ่าคนตาย – Why do we kill people who kill people to show that killing people is wrong?) การยกเลิกโทษประหารชีวิตคือการย้ำว่ารัฐไม่มีสิทธิฆ่าใคร และคนในสังคมไม่มีสิทธิตัดสินว่าใครควรตาย ไม่ควรตาย หรือ รัฐฆ่าใครแล้วผิด ฆ่าใครแล้วไม่ผิด เพราะฆ่าใครไม่ว่าเขาทำผิดอะไรก็คือละเมิดสิทธิในการมีชีวิตทั้งนั้น Amnesty …

Continue reading →

lost-freedom
Politics

เสรีภาพที่หายไปใน 10 ปี

June 5, 2011

เสรีภาพที่หายไปใน 10 ปี (2002 – 2011) แผนที่แสดงเสรีภาพสื่อโดย Freedom House, Inc. ในปีล่าสุด จะเห็นว่าไทยนั้นอยู่ในกลุ่มเดียวกับเกาหลีเหนือ อิหร่าน ฯลฯ ซึ่งโดยตัวของมันเองก็ไม่ได้มีความสลักสำคัญอะไร เพราะต้องดูให้ลึกลงไปว่าเขาเอาอะไรมาวัดเสรีภาพ แต่ที่น่าเป็นห่วง คือ แผนที่จาก Freedom House เดียวกันนี้ในปี 2002 ระบุว่าประเทศไทยมีเสรีภาพสื่ออยู่ในกลุ่มเดียวกับยุโรป ญี่ปุ่น และอเมริกาเหนือ (“เสรี”) ต่อมาปี 2003 ลดลงมาอยู่กลุ่มเดียวกับอินเดีย อินโดนีเซีย ฯลฯ (“เสรีกระพร่องกระแพร่ง”) ในปีล่าสุด 2011 เป็นปีแรกที่ลดลงไปอยู่ในระดับ “ไม่เสรี” ซึ่งเท่าที่เห็นในแผนที่เป็นประเทศที่วิวัฒนาการไปในทางปิดกั้นได้อย่างสุดโต่งที่สุดในระยะเวลาสั้นที่สุด – เพียง …

Continue reading →

asia-high-speed-train
Development

รถไฟความเร็วสูงจะสร้างที่ไหนบ้างในเอเซีย?

June 5, 2011

ความสามารถในการแข่งขันของเวียดนามจะเป็นอย่างไรหากมีรถไฟความเร็วสูงเชื่อมต่อกับจีน? แต่หากจะมองให้ไกลกว่านั้น อนาคตของภูมิภาคนี้อยู่กับอินเดียมากกว่า เพราะประชากรจีน (i.e. กำลังการผลิต) กำลังแก่ลงเพราะนโยบายให้มีลูกคนเดียว แต่อินเดียกำลังอยู่ในขาขึ้น อย่างไรก็ตาม จะทำทางรถไฟหรือท่าเรือไปอินเดียก็ต้องผ่านพม่า ซึ่งตอนนี้ยังเป็นเผด็จการ เอาแน่เอานอนกับความมั่นคงไม่ได้ ดังนั้น จึงเป็นผลประโยชน์ของประเทศไทยในระดับหนึ่งที่จะสนับสนุนให้พม่าเป็นประชาธิปไตย ในด้านของประเทศไทยเอง การจะสร้างรถไฟความเร็วสูงไม่ใช่ว่าเอะอะจะสร้างก็สร้าง ความพร้อมขององค์กรและโครงสร้างที่จะมารองรับ แผนพัฒนา ฯลฯ ก็เป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งก็กำลังมีการศึกษากันอยู่ แม้ว่าจะทราบมาบ้างว่าศึกษาไปไม่ค่อยถูกทางก็ตาม บทความน่าสนใจ: China coming down the tracks http://www.economist.com/node/17965601 ป.ล. เครือข่ายรถไฟความเร็วสูงในจีน – http://goo.gl/iHGPI

Continue reading →

facebook-circle
Social

คนไทยคบกับใครบ้าง?

June 5, 2011

พอล บัตเลอร์ นักศึกษาฝึกงานที่เฟสบุ๊คสุ่มตัวอย่าง “เพื่อน” มาจำนวนหนึ่ง แล้ววาดแผนที่โลกโดยเชื่อมความสัมพันธ์ด้วยเส้นบน great circle ยิ่งมีความสัมพันธ์ระหว่างคู่เมืองหนึ่งๆ เยอะเส้นก็ยิ่งเข้ม จากแผนที่นี้ สามารถตั้งข้อสังเกตอย่างผิวเผินที่สุด (หมายถึง ไม่มีหลักสถิติอะไรมารองรับ) ได้บางประการ เช่น * เส้นเชื่อมโยงความสัมพันธ์กระจายไปจนทั่วจนเห็นเหมือนแผนที่ประเทศไทย ไม่มีภูมิภาคไหนได้รับข่าวสารช้า หรือเข้าไม่ถึงข้อมูล หรือ “ไกลปืนเที่ยง” เป็นพิเศษเพราะตำแหน่งทางภูมิศาสตร์อีกแล้ว * เส้นที่เชื่อมพนมเปญกับโฮจิมินซิตีเข้มกว่าเส้นที่เชื่อมกับกรุงเทพ เขามีการแลกเปลี่ยนกันมากกว่ากับไทย ทั้งๆ ที่ขนาด ศ.ก. ไทยใหญ่กว่าเวียดนาม? * เส้นจากกรุงเทพไปต่างประเทศที่ เข้มที่สุดสี่อันแรก คือไป ย่างกุ้ง, พนมเปญ, โกตาบารู และ ฮ่องกง นี่คือ …

Continue reading →

no-need-visa
Social

คนไทยเดินทางไปประเทศไหนได้บ้าง โดยไม่ต้องใช้วีซา?

June 5, 2011

คนไทยเดินทางไปประเทศไหนได้บ้างโดยไม่ต้องใช้วีซา? สังเกตว่าการที่ประชาชนของประเทศหนึ่งๆ จะสามารถเดินทางไปประเทศที่พัฒนาแล้วโดยไม่ต้องใช้วีซ่าได้หรือไม่นั้นมีความสัมพันธ์กับค่า Human Development Index (ภาพที่แล้ว) อย่างมีนัยยะสำคัญ แม้่จะไม่ใช่ปัจจัยกำหนดตายตัวเพียงอย่างเดียว เทียบกับ: คนมาเลเซีย – http://en.wikipedia.org/wiki/Visa_requirements_for_Malaysian_citizens คนเกาหลี (ใต้) – http://en.wikipedia.org/wiki/Visa_requirements_for_South_Korean_citizens

Continue reading →

HDI
Social

ดัชนีการพัฒนามนุษย์ (HDI)

June 4, 2011

ดัชนีการพัฒนามนุษย์ หรือ HDI – http://en.wikipedia.org/wiki/Human_Development_Index HDI คิดจาก อายุขัยเฉลี่ย, ผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติต่อหัว (GNI), จำนวนปีที่ประชาชนได้รับการศึกษาเฉลี่ย แม้จะไม่ถูกเสียทีเดียวหากจะ บอกว่า HDI = คุณภาพประชากร แต่ทั้งสามมีข้อดีคือ (1) วัดได้เป็นตัวเลขชัดเจน (2) เป็นปัจจัยที่แปรผันตรง (correlate) กับคุณภาพประชากร (แม้จะไม่เท่ากับคุณภาพประชากรตรงๆ) จึงสามารถใช้เปรียบเทียบคุณภาพประชากรของแต่ละประเทศได้อย่างคร่าวๆ ค่า HDI มีข้อจำกัด เช่น (1) GNI โดยตัวเองบอกไม่ได้ว่าการกระจายรายได้ภายในประเทศเป็นอย่างไร (ต้องดูค่า Gini ประกอบ) ประเทศที่มีทรัพยากรที่เป็นที่ต้องการมาก (เช่น น้ำมัน) ก็จะมี GNI …

Continue reading →

dem-index-2010
Politics

ดัชนีความเป็นประชาธิปไตย (2010)

June 3, 2011

Democracy Index เป็นดัชนีที่คิดจากการประมวลผลแบบสอบถามโดย Economist Intelligence Unit เพื่อเปรียบเทียบความเป็นประชาธิปไตยของแต่ละประเทศว่าเป็น ประชาธิปไตยเต็มใบ (8.0 – 10.0), ประชาธิปไตยกะพร่องกะแพร่ง (6.0 – 7.9), ระบอบแอบเผด็จการ (4.0 – 5.9) และ ระบอบเผด็จการเต็มเหนี่ยว (0.0 – 1.9) คำถามที่สำคัญในแบบสอบถาม เช่น การเลือกตั้งเป็นไปโดยเสรีและเที่ยงธรรมหรือไม่, ผู้เลือกตั้งโดนคุกคามหรือไม่, รัฐบาลมีอำนาจต่างชาติแทรกแซงหรือไม่, รัฐบาลพลเรือนมีมือที่มองไม่เห็นแทรกแซงหรือไม่ ฯลฯ รวม 60 คำถาม โดยธรรมชาติของตัวเลขที่ได้จากการประมวลผลแบบสอบถาม ข้อมูลนี้อาจคลาดเคลื่อนไปเพราะการเลือกกลุ่มตัวอย่าง (selection effect) บ้าง ประเทศไทยมีดัชนีประชาธิปไตย …

Continue reading →

Readery — ร้านหนังสือออนไลน์